ฎีกาที่ 1543/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นภริยาของขุนนิทเทสสุขกิจ โดยได้สมรสกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ฝ่ายจำเลยก็อ้างว่าจำเลยเป็นภริยาขุนนิทเทสฯโดยจดทะเบียนสมรส โจทก์มิใช่ภริยา หลังจากขุนนิทเทสฯตายแล้ว จำเลยร้องขอจัดการ มรดก โจทก์คัดค้าน ในที่สุดโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งทรัพย์ มรดก กัน เงินบำนาญตกทอดในภาคภรรยาตกลงกันให้ตกแก่โจทก์ครั้นเมื่อโจทก์ขอรับเงินนี้ จำเลยก็ไปยื่นขอรับบำนาญตกทอดทั้งภาคภริยาและภาคบุตรอีก โดยแสดงทะเบียนสมรส กระทรวงการคลังจึงงดจ่ายเงินไว้จนกว่าศาลจะได้วินิจฉัยว่าใครเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน แม้ในสัญญาประนีประนอมยอมความจะมีว่าโจทก์จะไม่เรียกร้องทรัพย์สินสิทธิอย่างใดๆ จากกอง มรดก ของขุนนิเทสฯ นอกจากที่ได้ตกลงกันแล้วนั้นอีก โจทก์ก็ยังมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิที่จะได้รับบำนาญตกทอดในภาคภรรยาแต่ผู้เดียวได้ เพราะไม่ใช่เป็นกรณีฟ้องเรียกทรัพย์สินกอง มรดก หรือสิทธิในกอง มรดก เพราะบำนาญตกทอดไม่ใช่เป็น มรดก ของผู้ตาย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาของขุนนิทเทสฯ ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เมื่อขุนนิทเทสฯ ตายแล้ว จำเลยอ้างว่าเป็นภรรยาของขุนนิทเทสฯ โดยจดทะเบียนสมรส แต่การจดทะเบียนนั้นเป็นโมฆะเพราะจดระหว่างที่ขุนนิทเทสฯ มีคู่สมรส จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์ผู้เดียวมีสิทธิรับบำนาญตกทอดภาคภรรยาเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอรับ จำเลยก็ยื่นขอรับบ้าง กระทรวงการคลังสั่งให้โจทก์มาดำเนินคดี จึงขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นภรรยามีสิทธิได้รับบำนาญตกทอดภาคภรรยาผู้เดียว และการสมรสระหว่างจำเลยกับขุนนิทเทสฯ เป็นโมฆะ ให้เพิกถอนเสีย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ภรรยาขุนนิทเทสฯ ตามสัญญาประนีประนอมระบุให้บำนาญตกทอดภาคภรรยาตกได้แก่โจทก์ แต่มิได้ระบุให้โจทก์เป็นผู้รับ จำเลยจึงยื่นคำร้องขอรับมาเพื่อจ่ายให้โจทก์ ตามสัญญาข้อ 5 สัญญาไว้ว่าจะไม่เรียกทรัพย์สิน สิทธิใด ๆ จากกอง มรดก นอกจากที่ได้ตกลงกันแล้วนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้อง หากจำเลยทำผิดสัญญาอย่างไร โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องร้องบังคับตามสัญญานั้นเท่านั้นจะมาฟ้องขอให้ศาลแสดงอะไรอีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่า โจทก์เป็นภรรยาของขุนนิทเทสฯ ซึ่งตายไปแล้วจะเกิดผลเป็นไปได้อย่างไรและเมื่อขุนนิทเทสฯ ตายแล้ว การสมรสระหว่างโจทก์กับขุนนิทเทสฯย่อมขาดไปหมดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำขอที่ขอให้แสดงว่าโจทก์เป็นภรรยาขุนนิทเทสฯ มีสิทธิได้รับบำนาญตกทอดภาคภรรยาผู้เดียวนั้น ยังมีข้อพิพาทอยู่ พิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในประเด็นว่าโจทก์หรือจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับบำนาญตกทอดภาคภรรยาแล้วชี้ขาดไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาข้อ 5 มีข้อความระบุไม่เรียกร้องทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างใด ๆ จากกอง มรดก (นอกจากที่ได้ตกลงกันไว้นั้น) การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้มิใช่เป็นกรณีฟ้องเรียกทรัพย์สินจากกอง มรดก หรือสิทธิในกอง มรดก แม้จะเกี่ยวกับบำนาญตกทอดก็ไม่เกี่ยวกับกอง มรดก เพราะบำนาญตกทอดนั้นกฎหมายบัญญัติให้สิทธิแก่บุคคลที่กฎหมายระบุไว้โดยตรง ไม่ใช่เป็น มรดก ของผู้ตาย และการฟ้องของโจทก์ก็ไม่ขัดกับสัญญาข้อ 1(3) เพราะข้อนี้ก็ระบุให้บำนาญตกทอดได้แก่โจทก์อยู่แล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2504 นางนิทเทสสุขกิจ (จำรัส พุ่มชูศรี โจทก์ นางพีศรี พุ่มชูศรี จำเลย ป.พ.พ. ม. 850 , ม. 1600 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ม. 48