ฎีกาที่ 500/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นโรงเรือนมี 2 ชั้น แม้ชั้นบนกับชั้นล่างมีทางเข้าต่างหากจากกัน และชั้นบนมี 11 ห้อง ใช้เป็นโรงแรม ชั้นล่างมี 4 ห้อง ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและบริวาร แต่มีสภาพเป็นโรงเรือนเพียงหลังเดียวไม่สามารถที่จะแยกจากกันได้ ผู้ร้องขับทรัพย์จะขอให้แยกยึดไม่ได้ การยื่นคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 (1) เป็นสิทธิของโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่นำยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้วมีผู้มาร้องขัดทรัพย์ เจ้าหนี้ขอให้ศาลสั่งผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันต่อศาลได้ หาใช่ให้สิทธิแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ที่จะขอเช่นนั้นไม่
ย่อยาว
เดิมศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยให้เงินแก่โจทก์ รวม 8,259 บาท จำเลยไม่ใช้โจทก์จึงนำยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดใช้หนี้เป็นโรงเรือน 1 หลัง ชั้นบนมี 11 ห้อง ใช้เป็นโรงแรม ชั้นล่างมี 4 ห้อง ใช้เป็นที่อาศัยของจำเลยกับบริวาร ราคา 100,000 บาท ผู้ร้องได้เช่าไป ค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า โรงรือนนั้นเป็นของผู้ร้องร่วมกับบุตร ขอให้ถอนการยึด ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ ดอกเบี้ยในค่าเช่าเป็นเงินรวม 10,000 บาท หรือหาบุคคลประกันก็ได้ ขอให้ยึดเฉพาะเงินค่าเช่า ถ้าให้ยึดเฉพาะค่าเช่าไม่ได้ ก็ขอให้ยึดเอาแต่เฉพาะพอกับการชำระหนี้ แล้วถอนส่วนที่เกิน โจทก์ค้านว่าโรงแรมเป็นของจำเลย เป็นอันเดียวแบ่งแยกไม่ได้และยึดเฉพาะโรงเรือน มิได้ยึดที่ดินด้วย โจทก์เป็นพระไม่มีเงินวางประกัน ไม่อาจหาใครมาประกัน ถ้าจะเอารายได้ของโรงแรมผ่อนใช้หนี้ตามคำพิพากษาทุกเดือนๆ ละ 1,000 บาท จนกว่าจะหมดหนี้ โจทก์อาจถอนการยึดได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้ว สั่งไม่บังคับให้ตามคำร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ทรัพย์ที่โจทก์ยึดในคดีนี้เป็นโรงแรมมี 2 ชั้นมีทางเข้าชั้นบนทางหนึ่ง ชั้นล่างทางหนึ่ง แต่ก็มีสภาพเป็นโรงเรือนเพียงหลังเดียวไม่สามารถที่จะแยกจากกันได้ จึงแยกยึดไม่ได้ ส่วนที่ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความ หรือถ้าไม่มีเงินก็ให้หาผู้ ค้ำประกัน โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 253 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรานี้จะใช้บังคับก็แต่ในกรณีโจทก์ไม่ใช่ผู้อยู่ในอำนาจศาล หรือมีเหตุแน่นแฟ้นอันเป็นที่เชื่อได้ว่า เมื่อโจทก์แพ้คดีแล้วจะเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ซึ่งก็หามีเหตุดังกล่าวในเรื่องนี้ไม่ทั้งจะอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 (1) ก็ไม่ได้ เพราะมาตรา 288 (1) เป็นสิทธิของโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่นำยึดทรัพย์สินของลูกหนี้แล้วมีผู้มาร้องขัดทรัพย์ที่จะอ้างใช้สิทธิตามมาตรานี้ได้ หาใช่ให้สิทธิแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์เช่นนี้ไม่ ผู้ร้องขัดทรัพย์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอเช่นนั้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 500/2504 พระมหาเสถียร คุณวิศาล โจทก์ นายสิวย่อง แซ่ลิ่ม จำเลย นายประพันธ์ แซ่ลิ่ม โดยส่วนตัวและเป็นผู้ปกครองเด็กชายชุ่ยเม่ง แซ่ลิ่ม ผู้ ป.วิ.พ. ม. 288 (1) , ม. 253 ป.พ.พ. ม. 107