ฎีกาที่ 1125/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยให้ไถ่ถอน จำนอง แล้วทำยอมโดยจำเลยขอผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ ถ้าผิดนัดยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์ที่ จำนอง ขายทอดตลาด ต่อมาจำเลยผิดนัดโจทก์จึงนำยึดทรัพย์ที่ จำนอง ผู้ร้องอ้างว่าที่ดินที่ถูกยึด ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์อยู่ครึ่งหนึ่งโดยการครอบครอง จำเลยนำไป จำนอง ไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือให้ความยินยอม ขอให้ปล่อยทรัพย์ ต้องถือว่าผู้ร้องคัดค้านว่าโจทก์รับ จำนอง ทรัพย์อันเป็นของผู้ร้องไว้จากจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีสิทธิจะยึดขายทอดตลาดได้ ฉะนั้น ที่ศาลอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกยึดจริงดังอ้าง ก็ต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ และยกคำขอของผู้ร้องเสียนั้น จึงไม่เกินประเด็น (ผู้ร้องอ้างว่าไม่ชอบที่จะยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ขึ้นปรับ แต่ควรวินิจฉัยว่าที่ดินนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร แล้วยกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288,296 ขึ้นปรับ)
ย่อยาว
เรื่องนี้ อนุสนธิจากจำเลยที่ 2 จำนอง ทรัพย์สินไว้กับโจทก์เพื่อประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 โจทก์ฟ้องจำเลยให้ไถ่ จำนอง แล้วโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความขอผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ ถ้าผิดนัดยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์ จำนอง ขายทอดตลาด ต่อมาจำเลยผิดนัด โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ที่ จำนอง ผู้ร้องร้องขอให้ปล่อยทรัพย์และคดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะที่ดินมีโฉนด 2 แปลง ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์อยู่แปลงละครึ่งหนึ่ง โดยจำเลยที่ 2 นำเงินของผู้ร้องรวมกับเงินของจำเลยที่ 2 ไปซื้อ และลงชื่อจำเลยที่ 2 ไว้ในโฉนดผู้เดียว แต่ตกลงแบ่งให้ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง ผู้ร้องได้ครอบครองเป็นส่วนสัด จำเลยที่ 2 นำที่ดินส่วนของผู้ร้องไป จำนอง ไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือให้ความยินยอม ขอให้ปล่อยที่ดินส่วนของผู้ร้อง โจทก์ให้การว่า ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ผู้เดียว จำเลยที่ 2 ก็ให้การเช่นเดียวกันนี้และว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิ จำนอง ได้ ศาลชั้นต้นชี้สองสถานว่า ในประเด็นที่ผู้ร้องอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงละครึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้งดสืบพยานเกี่ยวกับประเด็นนี้ แล้ววินิจฉัยว่า ที่ดินนั้นจำเลยที่ 2 มีชื่อในโฉนดผู้เดียว และผู้ร้องเพียงแต่กล่าวว่าจำเลยที่ 2 จำนอง โดยผู้ร้องไม่รู้เห็นด้วยเท่านั้น มิได้อ้างว่าการ จำนอง เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่ได้เสียค่าตอบแทน แม้จะเป็นความจริงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของอยู่ครึ่งหนึ่งดังอ้างก็จะต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ดังประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 พิพากษาให้ยกคำขอให้ปล่อยที่ดิน 2 แปลงนี้ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ในคดีนี้ต้องถือว่าผู้ร้องคัดค้านว่าโจทก์รับ จำนอง ทรัพย์อันเป็นของผู้ร้องไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีสิทธิจะยึดขายทอดตลาดได้ โดยมีเหตุตามที่อ้างในคำร้อง คดีจึงมีประเด็นวินิจฉัยว่า เหตุที่อ้างนั้นจะทำให้การ จำนอง ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่ศาลล่างอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 ว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของที่ดินจริงดังอ้าง ก็ต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ และยกคำขอเกี่ยวกับที่ดินนั้น จึงไม่เป็นการวินิจฉัยเกินเลยประเด็น และผู้ร้องอ้างเหตุแต่เพียงว่าที่ดินเป็นของผู้ร้องครึ่งหนึ่งและผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยเท่านั้น มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์รับ จำนอง ไว้โดยไม่สุจริต ต้องฟังว่าสุจริต ผู้ร้องรับอยู่ว่าได้กรรมสิทธิ์มาด้วยอำนาจการครอบครองซึ่งยังมิได้จดทะเบียน จึงปรับบทได้ตามมาตรา 1299 ว่า มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผู้ได้ทรัพยสิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2504 บริษัทธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ นายวิชัย นิ่มบุญจาช ผู้ร้อง บริษัทนิ่มฮงจั๊ว ที่ 1 นายวัชระ นิ่มบุญจาช ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 288 ป.พ.พ. ม. 1299