ฎีกาที่ 1082/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่ดินและเรือนเป็นของภริยาก่อนสมรส และได้ทำสัญญาก่อนสมรสว่า สามีจะไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ของภริยาก็ตาม แต่เมื่อภริยาปล่อยให้สามีลงชื่อในใบไต่สวนเพื่อขอออกโฉนดว่าเป็นที่ของสามี แล้วสามีเอาไป จำนอง ผู้อื่นและเอาเงินนั้นมาซื้อรถยนต์ใช้รับส่งคนโดยสารอันเป็นอาชีพของสามีภริยา เป็นเหตุให้ผู้รับ จำนอง เชื่อโดยสุจริตว่าเป็นที่ของสามี ดังนี้ การ จำนอง นั้นสมบูรณ์ใช้บังคับได้และผูกพันภริยา ในกรณีที่ผู้รับ จำนอง ร้องขอรับชำระหนี้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 นั้น เมื่อฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้น ย่อมเป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมอย่างคดีธรรมดาและต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาตามราคาที่ผู้รับ จำนอง ตั้งพิพาท ไม่ใช่ราคาที่โจทก์นำยึด
ย่อยาว
โจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาดตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินกับเรือนที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยที่ 1 ซึ่งได้ทำสัญญา จำนอง ต่อเจ้าพนักงานที่ดินไว้กับผู้ร้อง และค้างชำระต้นเงินกับดอกเบี้ยรวม 26,916 บาท โดยจำเลยที่ 1 ลงชื่อเป็นเจ้าของในใบไต่สวน การ จำนอง นี้จำเลยที่ 2 ผู้เป็นภริยาทราบดี และนำเงินที่ จำนอง มาซื้อรถยนต์หาประโยชน์ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 จึงขอให้งดการขายทอดตลาดจนกว่าจะไถ่ จำนอง หรือถ้าศาลสั่งขาย ก็ให้หักใช้หนี้ จำนอง กับดอกเบี้ยก่อน โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นทรัพย์ส่วนตัวของจำเลยที่ 2ก่อนจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาก่อนสมรสว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 มีชื่อในหน้าสำรวจเพื่อขอออกโฉนด แต่โฉนดยังมิได้ออกให้ การ จำนอง เป็นโมฆะ จำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นในการ จำนอง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า การ จำนอง ถูกต้องตามกฎหมาย จึงสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ จำนอง ก่อน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 นำสำรวจที่พิพาทและลงชื่อในใบไต่สวนว่าเป็นของจำเลยที่ 1 แล้วเอาไป จำนอง กับผู้ร้องนั้นเป็นการแสดงตนว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่พิพาทและจำเลยที่ 2 ก็ทราบดี เงินที่ จำนอง ก็นำมาซื้อรถยนต์ใช้รับส่งคนโดยสารอันเป็นอาชีพของจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นเหตุให้ผู้รับ จำนอง เชื่อโดยสุจริตว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 สัญญา จำนอง จึงผูกพันทรัพย์รายนี้และใช้บังคับกันได้ ส่วนฎีกาที่ว่า ค่าขึ้นศาลโจทก์ควรเสียในทุนทรัพย์เพียง 5,500 บาท ตามราคาที่โจทก์นำยึดนั้น เห็นว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องขอให้ชำระหนี้ จำนอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 ไม่ใช่เป็นเรื่องร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา 288 ก็ดี แต่เมื่อฝ่ายใดไม่พอใจคำสั่งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ฎีกามา ก็เป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมอย่างคดีธรรมดาและต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่ผู้ร้องตั้งพิพาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2504 นายนวน บุญประเสริฐ โจทก์ นายกล่อม แสงสุวรรณ ที่ 1 นางนุ้ย แสงสุวรรณ ที่ 2 จำเลย นายหญิต พิชัยณรงค์ ผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 150 , ม. 289 ป.พ.พ. ม. 5 , ม. 705 , ม. 1459