ฎีกาที่ 321-322/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ชายหญิงอยู่กินกันอย่างสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสบุตรที่เกิดมาก็อยู่ร่วมด้วยจนกระทั่งชายตายจากไป ชายได้อุปการะเลี้ยงดูบุตรฉันบิดากับบุตร บุตรใช้นามสกุลของชายนั้น และเรียกชายนั้นว่าพ่อ ในการสำรวจทะเบียนราษฎร พ.ศ.2499 ก็ปรากฏในทะเบียนนั้นว่า เด็กนั้นเป็นบุตรของชาย ดังนี้ถือว่าชายได้รับรองเด็กนั้นเป็นบุตรโดยชัดแจ้ง เด็กนั้นย่อมเป็นผู้สืบสันดานของชายเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย สิทธิรับ จำนอง เป็นอสังหาริมทรัพย์ การยกสิทธิรับ จำนอง ให้แก่กัน ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ย่อยาว
คดี 2 สำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของนายซีจากจำเลย จำเลยต่อสู้ในข้อสำคัญว่า โจทก์ที่ 1 ไม่ใช่บุตรนายซี จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกมรดกที่ดินที่นายซีรับ จำนอง ไว้จากนายกรองนั้นนายซีได้โอนสิทธิรับ จำนอง ให้จำเลยแล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่านายซีได้รับรองเด็กหญิงเป้าโจทก์ที่ 1 ว่าเป็นบุตรนายซี จึงมีสิทธิรับมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1) ส่วนสิทธิรับ จำนอง ที่ดินที่นายซีรับ จำนอง ไว้นั้น นายซีมิได้ทำนิติกรรมต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 คงมอบแต่ตราจองสำหรับที่ดินที่รับ จำนอง ให้ไว้ ยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย สิทธิในการรับ จำนอง ยังคงเป็นของนายซีอยู่ตามเดิม พิพากษาให้แบ่งทรัพย์ตามรายการที่ฟังว่าเป็นมรดกนายซีให้แก่โจทก์ 2 คน ๆ ละ ส่วนให้จำเลย 1 ส่วน หากแบ่งไม่ตกลงให้ประมูลกัน ถ้าประมูลไม่ตกลงให้ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน ให้จำเลยไปขอจดทะเบียนสิทธิรับมรดกสัญญา จำนอง ที่ดินร่วมกับโจทก์ทั้งสอง ถ้าจำเลยไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษายืน ข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมีดังนี้.- ตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่า นางแผ่วเป็นภริยานายซีโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกันนางแผ่วเกิดบุตรกับนายซี 2 คน คือ โจทก์ทั้งสองนี้ นางแผ่วได้อยู่กินกับนายซีฉันสามีภริยาโจทก์ทั้งสองก็ได้อยู่กับนายซีและนางแผ่วจนกระทั่งนายซีตายจากไป นายซีได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ฉันบิดากับบุตร โจทก์ใช้นามสกุลของนายซีและเรียกนายซีว่าเตี่ย ในการสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2499 ก็ปรากฎในทะเบียนว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นบุตรนายซี ดังนี้เป็นที่ฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรนายซีเกิดกับนางแผ่วนายซีได้รับรองโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรนายซีโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ให้ถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายซี โจทก์จึงเป็นทายาทของนายซีมีสิทธิรับมรดกของนายซีตามกฎหมาย ข้อที่จำเลยฎีกาในเรื่องสิทธิรับ จำนอง ว่า นายซีได้ยกให้จำเลยโดยส่งมอบและแจ้งให้ลูกหนี้ทราบแล้ว เป็นอันสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 และจำเลยก็ได้รับโอนสิทธิรับ จำนอง รายนี้ทางทะเบียนถูกต้องแล้ว สิทธิรับ จำนอง จึงไม่ใช่มรดกของนายซีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงเป็นเรื่องนายซียกสิทธิรับ จำนอง ที่ดินให้แก่จำเลย สิทธิรับ จำนอง นี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 100 ถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้น การยกสิทธิรับ จำนอง ให้แก่กันจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 คือ ต้องทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่การที่นายซียกสิทธิรับ จำนอง ให้แก่จำเลยโดยส่งมอบตราสารการรับ จำนอง ให้แก่จำเลย จึงเป็นการยกให้ที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ถึงแม้จำเลยจะได้ขอโอนรับมรดกสิทธิรับ จำนอง ของนายซีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะขอรับมรดกสิทธิรับ จำนอง ของนายซีร่วมกับจำเลยด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 321 - 322/2504 เด็กหญิงเป้า แสงมงคล ที่ 1 เด็กหญิงสำอางค์ แสงมงคล ที่ 2 โดยนางแผ่ว แสงมงคล มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายเส็ง แสงมงคล จำเลย ป.พ.พ. ม. 100 , ม. 524 , ม. 525 , ม. 1525 , ม. 1627 , ม. 1629 (1)