ฎีกาที่ 404/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การ ซื้อขาย ที่ดินมีโฉนดแม้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ซื้อจะชำระราคาเรียบร้อยแล้วและได้ยึดถือโฉนดครอบครองถือเอาประโยชน์จากที่ดินนั้นตลอดมาก็ตาม ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ การ ซื้อขาย ย่อมยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ฉะนั้น โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยซึ่งเป็นผู้ขายย่อมมีสิทธิยึดที่ดินนั้นชำระหนี้ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่12/2504)
ย่อยาว
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ฟ้องจำเลยแล้วขออายัดที่ดินของจำเลยชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ต่อมาศาลได้พิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินดังกล่าวรวมกับทรัพย์อื่น ๆ ผู้ร้องได้ร้องขัดทรัพย์ตั้งแต่ชั้นที่โจทก์ขออายัดว่าที่ดินที่ยึดเป็นของผู้ร้อง โดยผู้ร้องซื้อมาจากจำเลย โดยได้ชำระเงินเรียบร้อย ทั้งได้ยึดโฉนดที่ดินและครอบครองที่ดินนี้ในฐานะเป็นเจ้าของจนบัดนี้ ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยที่ดินที่ยึด โจทก์คัดค้านว่าที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยและเจ้าของเดิมแต่ยังไม่มีการโอนชื่อในโฉนดกัน ผู้ร้องชำระราคาให้ผู้ขายแล้ว ผู้ขายเดิมได้สละสิทธิความเป็นเจ้าของตลอดมาและผู้ร้องได้ยึดถือโฉนดครอบครองถือเอาประโยชน์จากที่ดินแปลงนี้ตลอดมา ฉะนั้น ผู้ร้องเป็นผู้อยู่ในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนบุคคลอื่น จึงมีคำสั่งให้โจทก์ถอนการยึดทรัพย์ ปล่อยให้เป็นสิทธิแก่ผู้ร้องไป โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่ากรณีนี้ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินแปลงพิพาทจากจำเลยและนายสุธัม, นายกวี เจ้าของร่วมเดิมในราคา 68,000 บาท โดยชำระราคาเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าของเดิมได้มอบโฉนดให้แก่ผู้ร้อง ๆ ได้ยึดถือโฉนดเข้าครอบครองรับประโยชน์ คือ ค่าเช่านาในที่พิพาทนี้ตลอดมาจนบัดนี้ก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่าการ ซื้อขาย ที่พิพาทนี้ยังไม่ได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือให้เป็นไปตามกฎหมายกล่าวคือ ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นของผู้ร้องโดยทางเจ้าพนักงานแต่อย่างใดซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 บัญญัติว่า "การ ซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไซร้ ท่านว่าเป็นโมฆะ ฯลฯ" ดังนั้น การ ซื้อขาย ที่พิพาทนี้ยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายกรรมสิทธิ์ ในที่พิพาทคงยังเป็นของจำเลยผู้ขายอยู่ตามเดิม เมื่อเช่นนี้ โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาของศาลย่อมมีสิทธิที่จะยึดที่พิพาทนี้มาชำระหนี้ของตนได้ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2504 นายชะอุ่ม หริตวร โจทก์ นายสุทิน ชัยพาณิช จำเลย นายจุติ บุญสูง ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 456 , ม. 1300