ฎีกาที่ 965/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 3
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้ทรงตั้งหรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้รัฐมนตรี*ตั้งบุคคลผู้สมควรขึ้นเป็นหัวหน้าจัดการงานในกรมศุลกากร และกำกับตรวจตรากิจ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 24
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 24 สิ่งใด ๆ อันจะพึงต้องริบตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานศุลกากร พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ มีอำนาจยึดในเวลาใด ๆ และ ณ ที่ใด ๆ ก็ได้ สิ่งที่ยึดไว้นั้น ถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพ...
ย่อสั้น
ในคดีกระทำผิดพระราชบัญญัติศุลกากร เมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดให้คืนสินค้าของกลางแก่ผู้ร้องแล้ว ถ้ากรมศุลกากรไม่มีเหตุโต้แย้งก็จะต้องคืนให้ตามคำพิพากษา แต่กรมศุลกากรโต้แย้งอยู่ว่า ผู้ร้องมิใช่นายเบ๊หรือจือเฮ้าตัวจริง เพราะตัวจริงตายไปนานแล้วตามมรณบัตร และโต้แย้งด้วยว่า ตั้งแต่กรมศุลกากรจับยึดสินค้ารายนี้แล้ว ไม่มีผู้ใดมาขอคืนในกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 24 ซึ่งแก้ไขฉบับที่ 12 พ.ศ.2497 มาตรา 3 ผู้ร้องจึงชอบที่จะว่ากล่าวเอาเองเป็นคดีแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 48 วรรคสอง (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 10/2504)
ย่อยาว
ในระหว่างพิจารณาคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานนำสินค้าเข้ามาโดยไม่เสีย ภาษี ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าสินค้าเป็นของตนสั่งซื้อจากสิงค์โปรจะนำไปขายในอินโดจีนก็ถูกจับระหว่างทางขอให้คืนสินค้า แล้วต่อมายื่นคำร้องว่ากรมศุลกากรได้ขายทอดตลาดสินค้าไปแล้วขอให้สั่งกรมศุลกากรใช้เงินตามราคาสินค้า ศาลอาญาพิจารณาคดีแล้วฟังว่า เรือบรรทุกสินค้ากำลังอยู่นอกเขตน่านน้ำไทยก็ถูกจับและเป็นสินค้าของผู้ร้อง ซึ่งไม่ได้ทำผิดด้วยพิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนผู้ร้อง ส่วนข้อที่ผู้ร้องขอให้ใช้ราคาแทนนั้น ชอบที่จะติดต่อกับกรมศุลกากรเอง ให้ยกคำร้องฉบับหลังเสียคดีถึงที่สุดโดยโจทก์ไม่อุทธรณ์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า อธิบดีกรมศุลกากรไม่ยอมคืนสินค้าให้ขอให้เรียกมาสอบถาม ถ้าขัดขืนขอให้ขัง ศาลอาญานัดสอบถาม อธิบดีกรมศุลกากรแถลงถึงข้อเท็จจริงที่เป็นมา และว่าพฤติการณ์ดังกล่าว เป็นการลักลอบหนี ภาษี ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ซึ่งตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 17 บัญญัติให้ริบสินค้าโดยไม่ต้องคำนึงว่า จะมีผู้ได้รับโทษหรือไม่และตั้งแต่จับยึดแล้วไม่มีผู้ใดขอคืนในกำหนด จึงตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 24 และได้ขายทอดตลาดไปแล้วเพราะเป็นของเสียง่ายตามมาตรา 25 วรรคสอง ได้เงิน 1,112,847.05 บาท หักจ่ายเป็นสินบนและรางวัลแล้วเหลือเงิน498,802.18 บาท ซึ่งได้นำส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดินไปแล้วทั้งคนที่ศาลพิพากษาให้คืนของกลางกับคนที่มาร้องต่อกรมศุลกากรก็สงสัยว่าจะไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน และต่อมาแถลงว่าผู้ร้องไม่ใช่นายเบ๊หรือ จือเฮ้า แซ่ตั้ง ตัวจริง เพราะตัวจริงเป็นคนต่างด้าวซึ่งตายไปนานแล้ว ตั้งแต่ 7 กรกฎาคม 2495 ศาลอาญาสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลอาญาพิพากษาถึงที่สุดให้คืนของกลางแก่ผู้ร้องแล้ว ถ้ากรมศุลกากรไม่มีเหตุโต้แย้ง ก็จำต้องคืนให้ตามคำพิพากษา แต่เรื่องนี้กรมศุลกากรโต้แย้งอยู่ว่า ผู้ร้องมิใช่นายเบ๊ หรือ จือเฮ้า ตัวจริง โดยตัวจริงตายไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่7 กรกฎาคม 2495 ตามมรณบัตร โดยผู้ร้องมิได้แถลงแก้ประการใดและกรมศุลกากรโต้แย้งด้วยว่า ตั้งแต่จับยึดสินค้ารายนี้ ไม่ปรากฏผู้ร้องไปแสดงตนอ้างสิทธิว่าเป็นเจ้าของสินค้าภายใน 30 วันตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 24 ซึ่งแก้ไข (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ชอบที่ผู้ร้องจะไปว่ากล่าวเอาเองเป็นคดีแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 48 วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2504 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเม้ง พันธ์เผือก กับพวกรวม 4 คน จำเลย นายเบ๊ หรือจือเฮ้า แซ่ตั้ง ผู้ร้อง ป.วิ.อ. ม. 48 ป.อ. ม. 36 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 24 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497 ม. 3