ฎีกาที่ 874/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 7
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 7 สินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลางหรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ ให้จ่ายจากเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 8
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 ให้จ่ายสินบนร้อยละสามสิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางหรือค่าปรับ ในกรณีที่ไม่มีผู้นำจับ ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผ...
ย่อสั้น
คำว่า "ของกลางที่ศาลสั่งริบไม่อาจขายได้" ในมาตรา 7 วรรค 2 นั้น หมายความว่า ขายไม่ได้ทั้งหมด ฉะนั้น ถ้าของกลางขายได้เป็นบางอย่างจะเอาค่าปรับมาจ่ายไม่ได้ต้องจ่ายจากเงินที่ขายของกลางได้ โดยคิดคำนวณเอาราคาของกลางทั้งหมดที่ปรากฎในทางพิจารณา ถ้าเงินที่ขายของกลางใดมีไม่พอก็ให้คิดเฉลี่ยตามส่วน ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2504
ย่อยาว
จำเลยทำผิดฐานนำของหนี ภาษี เข้ามาในราชอาณาจักร คือร่วม ลำใยหวานและลูกแอปเปิล ศาลจังหวัดสงขลาพิพากษาลงโทษปรับจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ และสั่งให้ริบของกลาง กับให้จ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับและผู้นำจับตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 7,8 จำเลยคนหนึ่งต้องกักขังแทนค่าปรับ ส่วนจำเลยอื่นๆ ชำระค่าปรับเสร็จแล้ว นายด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา มีหนังสือแจ้งต่อศาลว่า ของกลางในคดีนี้ขายได้เฉพาะแอปเปิลและลำใยหวาน จึงได้จ่ายรางวัลให้แก่ผู้นำจับและผู้จับไปแล้ว ส่วนของกลางอื่น (คงหมายถึงร่ม) ขายไม่ได้เพราะเป็นสินค้าจีนคอมมิวนิสต์ ต้องห้ามตามคำสั่งคณะปฏิวัติ จึงขอให้ศาลจ่ายเงินรางวัลจากเงินค่าปรับ ผู้นำจับและผู้จับได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้จ่ายรางวับจากเงินค่าปรับ ศาลจังหวัดสงขลาให้จ่ายรางวัลจากเงินของกลางที่ขายได้ ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อของกลางบางส่วนขายได้ แม้บางอย่างขายไม่ได้ ผู้ร้องก็ควรได้รับเงินสินบลหรือรางวัลจากเงินที่ขายทอดตลาดได้จากของกลางเท่านั้น แล้วพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ความหมายของข้อความในมาตรา 7 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 ที่ว่า ของกลางที่ศาลสั่งริบไม่อาจขายได้นั้น ต้องไม่อาจขายได้ทั้งหมด หาใช่ขายได้เป็นบางส่วนเช่นในคดีนี้ไม่ ดังนั้น เมื่อของกลางในคดีนี้ขายได้เป็นบางส่วน การจ่ายเงินสินบลและนำจับจึงต้อจ่ายจากราคาของกลาง จะจ่ายจากค่าปรับไม่ได้เพราะขายของกลางได้บ้างแล้ว การจ่ายจะคำนวณจ่ายอย่างไรนั้น ตามมาตรา 8 ให้จ่ายสินบลร้อยละสามสิบของราคาของกลาง ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลาง ราคาของกลางในคดีนี้โจทก์ตีราคามารวม 1,350 บาท การจ่ายสินบลและรางวัลจึงคิดจ่ายจากราคาของกลาง 1,350 บาท โดยให้จ่ายจากเงินที่ขายของกลางได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้คิดจ่ายเงินสินบลร้อยละสามสิบ และจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าในราคาของกลางทั้งหมด 1,350 บาท การจ่ายให้จ่ายจากเงินที่ขายแอปเปิลและลำใยหวานของกลางได้ 654 บาทนั้น โดยคิดเฉลี่ยตามส่วน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2504 อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายอำเภอ สุวรรณรัตน์ กับพวก รวม 4 คน จำเลย นายสิบตำรวจโทพล กลิ่นเมือง กับพวก ผู้ร้อง พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม. 7 , ม. 8