ฎีกาที่ 816/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 24
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 24 สิ่งใด ๆ อันจะพึงต้องริบตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานศุลกากร พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ มีอำนาจยึดในเวลาใด ๆ และ ณ ที่ใด ๆ ก็ได้ สิ่งที่ยึดไว้นั้น ถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 120
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 120 เมื่อใดบทพระราชบัญญัตินี้แตกต่างกับบทกฎหมายพระราชบัญญัติ หรือประกาศอื่นที่ใช้อยู่ ณ บัดนี้ ท่านว่าในเรื่องอันเกี่ยวแก่ศุลกากรนั้น ให้ยกเอาบทพระราชบัญญัตินี้ขึ้นบังคับ และ...
ย่อสั้น
การขอคืนทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 24 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497 มาตรา 3 ต้องแปลว่าเมื่อเจ้าของไม่มาติดตามและร้องขอคืนภายในกำหนดก็หมดสิทธิเพราะกฎหมายให้ถือว่าพ้นกำหนดแล้วเท่ากับเป็นของไม่มีเจ้าของ ให้ตกเป็นของแผ่นดินไป เรือยนต์ที่ให้เช่าไปแล้วผู้เช่าเอาไปใช้หลบหนี ภาษี จนศาลสั่งริบ แม้เจ้าของผู้ให้เช่าจะไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ก็ต้องมายื่นคำร้องขอคืนภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ยึด(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 17/2504)
ย่อยาว
คดีนี้ เดิมอัยการโจทก์ฟ้องจำเลยฐานนำปลาสดซึ่งยังมิได้เสีย ภาษี ศุลกากรจากกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยรับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติศุลกากร และให้ริบปลากับเรือยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนเรือยนต์ของกลาง อัยการโจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเชื่อว่าเรือยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องจำเลยเช่าไปผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด แต่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอคืนเรือพ้นระยะ 60 วัน นับแต่ถูกยึดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จึงหมดสิทธิได้คืนให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของผู้ร้องนั้นพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 24 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 มาตรา 3 มีความว่า"สิ่งใด ๆ อันจะพึงต้องริบตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานศุลกากรพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มีอำนาจยึดในเวลาใด ๆ และ ณที่ใด ๆ ก็ได้ สิ่งที่ยึดไว้นั้น ถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไม่มายื่นคำร้องเรียกร้องเอาภายในกำหนด 60 วัน สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด30 วัน สำหรับสิ่งอื่นนับแต่วันที่ยึด ให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของ และให้ตกเป็นของแผ่นดิน" ตามบทบัญญัตินี้มีข้อความชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่า ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในสิ่งของที่ยึดจะต้องร้องขอคืนภายในกำหนดเวลาข้างต้น มิฉะนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของและตกเป็นของแผ่นดิน จึงไม่มีทางแปลไปได้ดังความเห็นของผู้ร้องว่า บทบัญญัติในมาตรานี้หมายเฉพาะกรณีไม่มีตัวผู้ต้องหา แท้จริงจะต้องแปลว่าเมื่อเจ้าของไม่มาติดตามและร้องขอคืนภายในกำหนดแล้วก็หมดสิทธิเพราะกฎหมายให้ถือว่าพ้นกำหนดแล้ว เท่ากับเป็นของไม่มีเจ้าของ ให้ตกเป็นของแผ่นดินไป นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 120ก็บัญญัติว่า เมื่อใดพระราชบัญญัติศุลกากรแตกต่างกับบทกฎหมายอื่นให้ยกเอาบทพระราชบัญญัติศุลกากรขึ้นบังคับ เพราะฉะนั้นผู้ร้องจะให้นำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 มาใช้แทนพระราชบัญญัติศุลกากรหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2504 อัยการจังหวัดตราด โจทก์ นายพุฒ ตู้จินดา กับพวกรวม 6 คน จำเลย นายสุวิทย์ ลีศิริชัยกุล ผู้ร้อง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 24 , ม. 120 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497 ม. 3 ป.อ. ม. 36