ฎีกาที่ 276/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ออกหมายจับจำเลยเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกินเดือนแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมา ศาลจึงอ่านคำพิพากษานั้นให้โจทก์ฟัง ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อไม่ปรากฎว่าได้มีการขอขยายเวลาก่อนสิ้นอายุฎีกาหรือมีเหตุสุดวิสัยและจำเลยยื่นฎีกาเกิน 1 เดือน นับแต่วันศาลอ่านดังกล่าว ฎีกาของจำเลยย่อมขาดอายุฎีกา แม้ว่าศาลจะได้อ่านคำพิพากษานั้นให้จำเลยฟังอีกเมื่อได้ตัวจำเลยมาแล้วหลังจากวันอ่านดังกล่าวข้างต้น 5 เดือนเศษ ก็เป็นแต่เพียงให้จำเลยได้ทราบคำพิพากษาตามที่จำเลยต้องการเท่านั้น หามีผลทำให้ยึดอายุฎีกาไม่ ประชุมใหญ่ ครั้ง 29/2503
ย่อยาว
ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาลงโทษจำเลยฐาน ยักยอก จำคุก 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์และมีประกันระหว่างอุทธรณ์ ถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายประกันส่งตัวจำเลยไม่ได้ อ้างว่าจำเลยไปค้าขายที่จังหวัดหนองคาย ขอผัดส่งตัว 1 เดือน ศาลอนุญาตแต่แล้วนายประกันก็ส่งตัวจำเลยไม่ได้อีก ศาลจึงสั่งปรับนายประกันและออกหมายจับจำเลยเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นับแต่วันออกหมายจับเกิน 1 เดือนแล้ว ไม่ได้ตัวจำเลยมา ศาลชั้นต้นจึงได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2502 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ต่อมาอีก 5 เดือนเศษ คือ วันที่ 30 พฤษภาคม 2503 จำเลยและนายประกันต่างยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าจำเลยไม่ทราบวันนัดเพราะไปค้าขายที่เวียงจันทร์ บัดนี้ จำเลยกลับมาแล้ว ขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายประกันขอส่งตัวจำเลยศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังในวันเดียวกันนั้น ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2503 จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย คดีนี้มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในเบื้องแรกว่าฎีกาของจำเลยขาดอายุแล้วหรือไม่ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าว การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2502 เป็นการอ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรค 3 แล้ว ที่จำเลยมายื่นคำร้องขอฟังคำพิพากษาในภายหลังและศาลชั้นต้นได้อ่านให้จำเลยฟังอีกเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2503 เป็นเพียงให้จำเลยได้ทราบตามที่จำเลยต้องการเท่านั้น จะแปลว่าการที่จำเลยมายื่นคำร้องเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2503 และศาลได้อ่านคำพิพากษาให้ฟังอีกเป็นการขยายอายุฎีกาให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควาแพ่ง มาตรา 23 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ก็ไม่ได้ เพราะการขยายระยะเวลาต้องขอขยายเสียก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัย ข้อความในคำร้องของจำเลยลงวันที่ 30 พ.ค. 2503 หาเป็นเหตุสุดวิสัยแต่อย่างใดไม่ ตามรูปคดีจึงต้องถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2502 เมื่อจำเลยมายื่นฎีกาในวันที่ 6 มิ.ย.2503 จำเลยจึงยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลยเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276/2504 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ นางยินดี ไชยงศิริเสริญ โจทก์ร่วม นายจินดา วงษ์สุวรรณหรือศรีวรรณ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 23 ป.พ.พ. ม. 8 ป.วิ.อ. ม. 182 , ม. 216 , ม. 15