ฎีกาที่ 1528/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 122
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ทรัพย์หรือหนังสือซึ่งเป็นของต้องอายัติ หรือเป็นของที่เจ้าพนักงานจะพึงเรียกมาพิจารณาเมื่อกระทำการตามกฎหมายนั้นก็ดี ของเหล่านี้ ถ้าผู้ใดทำให้วิปลาศเสียหาย หรือซ่อนเร้นลักพาเอาไปเสีย...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 290
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ทรัพย์อย่างใดใด อันต้องยึด หรือต้องขายไว้ตามกฎหมาย ถ้าแลผู้ใดจะเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นก็ตาม หรือมิใช่เจ้าของก็ตาม บังอาจเอาทรัพย์นั้นไปเสียโดยเจตนาทุจริตไซร้ ท่านว่ามันมีความผิดฐานลั...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 293
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ลักทรัพย์เขาในเวลากลางคืนก็ดี (2) ลักทรัพย์เขา โดยปีนบ่าย หรือตัดช่องเข้าไปลักภายในบริเวณ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 294
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) เข้าไปลักทรัพย์ถึงในเคหะสถาน ที่เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้มันเข้าไปก็ดี (2) ลักทรัพย์ในสถาน...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 296
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าผู้ใดลักช้างแม้แต่เชือกเดียวก็ดี หรือลักปศุสัตว์ หรือสัตว์พาหนะตั้งแต่สามตัวขึ้นไปก็ดี ท่านว่ามันต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปจนถึงเจ็ดปี แลให้ปรับตั้งแต่ร้อยบาทขึ้นไปจนถึง...
ย่อสั้น
ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ที่ถูกยึดหรืออายัดไปตามกฎหมายลักษณะอาญาร.ศ.127 มาตรา 290 นั้น หาได้ถูกประมวลกฎหมายอาญายกเลิกไปโดยสิ้นเชิงไม่ แม้ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดจะไม่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา แต่การเอาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดรักษาไว้ไปโดยทุจริต ก็คงยังเป็นความผิดตามมาตรา 142 ประมวลกฎหมายอาญาอยู่ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 28/2503)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าพนักงานไปทำการจับกุมจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยช้างพัง 1 เชือกเป็นของกลางในข้อหาสมคบกันมีช้างไว้ในครอบครองโดยไม่ได้จดทะเบียนและฐานรับของโจร ในระหว่างควบคุมจำเลยและนำช้างที่ถูกเจ้าพนักงานยึดไว้เพื่อส่งพนักงานสอบสวน จำเลยได้บังอาจสมคบกันลักเอาช้างนั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290, 293, 294, 296 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทั้งสองได้เจตนาทุจริตสมคบกันเอาช้างของกลางไปเสียจากเจ้าพนักงานจริงดังฟ้องแต่จะลงโทษจำเลยฐาน ลักทรัพย์ ที่ถูกยึดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290 ไม่ได้ เพราะถูกยกเลิกไปแล้ว จึงพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐาน ลักทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำคุกฐาน ลักทรัพย์ ที่ยึดมีกำหนด 1 ปี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ที่ถูกยึดหรืออายัดไปนั้น เดิมมีบัญญัติไว้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290 แต่หาได้มีบัญญัติไว้ในหมวด 1 ลักษณะ 12 แห่งประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐาน ลักทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ไม่คงมีบัญญัติไว้ในมาตรา 142 ซึ่งอยู่ในหมวด 1 ลักษณะ 2 อันเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน ปัญหาจึงมีว่าตามฟ้องของโจทก์นั้น จะลงโทษจำเลยตามมาตรา 142 ประมวลกฎหมายอาญาได้หรือไม่ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าในข้อหาว่าจำเลยเอาช้างรายนี้ไปเสียจากผู้เสียหายนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสอง ลักทรัพย์ ที่เจ้าพนักงานยึดมาเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและเพื่อโฆษณาหาเจ้าของตามกฎหมาย ฟ้องของโจทก์จึงไม่ใช่เป็นการกล่าวอ้างถึงความผิดฐาน ลักทรัพย์ แต่อย่างเดียว แต่โจทก์ได้บรรยายข้อความไว้ด้วยว่า จำเลยได้เอาไปเสียซึ่งทรัพย์เจ้าพนักงานได้ยึดรักษาไว้อันเป็นความผิดตามมาตรา 142 ประมวลกฎหมายอาญานั่นเอง ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ที่ถูกยึดหรืออายัดไปตามมาตรา 290 แห่งกฎหมายลักษณะอาญานั้น หาได้ถูกประมวลกฎหมายอาญายกเลิกไปโดยสิ้นเชิงไม่ แม้ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดจะไม่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา แต่การเอาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดรักษาไว้ไปเสียโดยทุจริต ยังเป็นความผิดตามมาตรา 142 ประมวลกฎหมายอาญาอยู่ เมื่อการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นความผิดตามมาตรา 142 ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิดและถูกลงโทษตามมาตรา142 นี้ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1528/2503 อัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายเจต เครือเตียว ที่ 1 นายเพียร ทองเสน่ห์ ที่ 2 จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 122 , ม. 290 ป.อ. ม. 142 ป.วิ.อ. ม. 192