ฎีกาที่ 316/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ภรรยาทำสัญญากู้เงินของเขามาและสามีได้บอกล้างสัญญาแล้วแม้การบอกล้างของสามีจะเป็นผลทำให้สัญญานั้นตกเป็นโมฆะได้ก็แต่เฉพาะเพียงเท่าที่ผูกพันสินบริคณฑ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 38 เท่านั้น หาได้กระทำให้ตกเป็นโมฆะทั้งหมดไม่ เพราะหญิงมีสามีเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วนิติกรรมที่ทำขึ้นจึงยังสมบูรณ์ผูกพันในทรัพย์สินส่วนตัวของภรรยาตาม มาตรา 37 ประกอบด้วย มาตรา 1479ผู้ให้กู้ก็มีสิทธิที่จะบังคับเอาจากทรัพย์สินส่วนของภรรยาได้ จำเลยรับว่า ได้ลงชื่อในใบยืมเงินไว้ในฐานะผู้กู้แล้วจะขอสืบข้อเท็จจริงว่าที่จำเลยลงชื่อไว้นั้น ได้ลงในฐานะผู้ ค้ำประกัน ไม่ได้เป็นการสืบเถียงฝ่าฝืนเอกสารท้ายฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยตามสัญญากู้พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้เงินจากโจทก์ ใบยืมเงินตามฟ้องเป็นเรื่องเล่นแชร์เปียหวย หากจะฟังว่าจำเลยและนายไชยกู้เงินรายนี้สามีจำเลยได้บอกล้างนิติกรรมรายนี้แล้ว วันชี้สองสถาน ทนายโจทก์รับว่าได้รับหนังสือบอกล้างนิติกรรมจากสามีจำเลยเมื่อฟ้องคดีนี้แล้ว สามีจำเลยเป็นสามีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทนายจำเลยเถียงว่าเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะฟังว่าสามีจำเลยเป็นสามีที่ชอบด้วยกฎหมายและสามีจำเลยได้บอกล้างสัญญานี้แล้ว การบอกล้างของสามีจำเลยจะเป็นผลทำให้สัญญานั้นตกเป็นโมฆะได้ก็แต่เฉพาะเพียงเท่าที่ผูกพันสินบริคณห์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 38 เท่านั้น หาได้กระทำให้ตกเป็นโมฆะทั้งหมดไม่ เพราะหญิงมีสามีเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว นิติกรรมที่ทำขึ้นจึงยังสมบูรณ์ผูกพันในทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลยตาม มาตรา 37 ประกอบด้วย มาตรา 1479 ฉะนั้น ที่จำเลยต่อสู้ว่าสามีได้บอกล้างแล้ว แม้จะเป็นความจริง โจทก์ก็มีสิทธิที่จะบังคับเอาจากทรัพย์สินส่วนของจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยจะนำสืบข้อเท็จจริงว่า ที่จำเลยได้ลงชื่อในใบยืมเงินไว้ในฐานะผู้กู้นั้น ที่แท้จริงได้ลงไว้ในฐานะผู้ ค้ำประกัน นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จะให้จำเลยนำสืบข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นก็เท่ากับเป็นการสืบเถียงฝ่าฝืนเอกสารท้ายฟ้อง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2503 นางอิวเซี้ยม นิ่มสกุล โจทก์ นางสมคิด สุวรรณรัตน์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 37 , ม. 38 , ม. 1479 ป.วิ.พ. ม. 94