ฎีกาที่ 288/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในฐานะผู้ ค้ำประกัน จำเลยต่อสู้ว่า ผู้ซื้อผู้ขายไม่ต้องการทำสัญญาซื้อขายต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ซื้อคือโจทก์ เกรงว่าผู้ขายจะกลับถ้อยคืนคำผู้ซื้อให้ทำเป็นสัญญากู้ จำเลยเป็นผู้ ค้ำประกัน ดังนี้ เป็นเรื่องคู่สัญญาเปลี่ยนความประสงค์เดิม เมื่อข้อต่อสู้ของจำเลยเป็นเรื่องคู่สัญญาสมัครใจเปลี่ยนทำสัญญากู้และ ค้ำประกัน แทนสัญญาซื้อขายเสียแล้วการที่จำเลยจะนำสืบตามข้อต่อสู้เป็นการขัดต่อสัญญากู้และ ค้ำประกัน จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า นายสมบูรณ์ การอรุณ ทำหนังสือสัญญากู้และรับเงินของโจทก์ไป 4,000 บาท จำเลยทำสัญญา ค้ำประกัน เงินกู้รายนี้นายสมบูรณ์ไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ ต่อมานายสมบูรณ์ถึงแก่กรรมโดยไม่มีทรัพย์สินอะไรเป็นมรดกไว้ ทรัพย์สินที่นายสมบูรณ์แสดงไว้ในสัญญากู้ โจทก์ทราบในภายหลังว่า นายสมบูรณ์ได้ขายและสละสิทธิครอบครองให้คนอื่นไปนานแล้ว จึงฟ้องให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ได้ทำหนังสือสัญญา ค้ำประกัน ดังฟ้องจริง โดยเดิมนายสมบูรณ์ผู้ตายป่วย ไม่มีเงินรักษาพยาบาล จึงขายบ้านหนึ่งหลังให้โจทก์ เนื่องจากมีที่ดินที่ปลูกบ้านรวมอยู่ด้วย ซึ่งจะต้องทำนิติกรรมซื้อขายกันที่อำเภอแต่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องการจะมาทำการซื้อขายกันต่อหน้าเจ้าพนักงาน ผู้ซื้อเกรงผู้ขายจะกลับคืนคำจึงเพทุบายทำเป็นหนังสือสัญญากู้เงินให้ผู้ตายกู้เงินโจทก์ไป 4,000 บาท และให้จำเลยเป็นผู้ ค้ำประกัน ไม่ใช่เรื่องกู้เงินกันจริง ๆ เป็นนิติกรรมอำพราง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและวินิจฉัยว่า สัญญากู้รายนี้ไม่ใช่นิติกรรมอำพรางจำเลยต้องรับผิด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จะให้จำเลยนำสืบหักล้างว่า หนี้ 4,000 บาทมิได้มีอยู่เลย มิใช่เป็นการนำสืบแก้ไขเอกสารแต่อย่างใดคำกล่าวอ้างของจำเลยเรื่องนิติกรรมอำพรางจะสมเหตุผลหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงพิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปจนสิ้นกระแสความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า ผู้ซื้อผู้ขายไม่ต้องการมาทำสัญญาซื้อขายต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ซื้อคือโจทก์เกรงว่าผู้ขายจะกลับถ้อยคืนคำ ผู้ซื้อให้ทำเป็นสัญญากู้ จำเลยเป็นผู้ ค้ำประกัน ดังนี้ เป็นเรื่องคู่สัญญาเปลี่ยนความประสงค์ไม่ต้องการทำสัญญาซื้อขาย แต่ให้ทำเป็นสัญญากู้ สัญญาซื้อขายจึงเป็นอันไม่มีไม่ใช่เรื่องนิติกรรมอำพราง เมื่อข้อต่อสู้ของจำเลยเป็นเรื่องคู่สัญญาสมัครใจเปลี่ยนทำสัญญากู้และ ค้ำประกัน แทนสัญญาซื้อขายเสียแล้ว การที่จำเลยจะนำสืบตามข้อต่อสู้ เป็นการขัดต่อสัญญากู้และ ค้ำประกัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2503 นายใจ ศิริกุล โจทก์ นายเสริม หรรษา จำเลย ป.วิ.พ. ม. 24 , ม. 94 ป.พ.พ. ม. 118 , ม. 456