ฎีกาที่ 1283/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 71
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ใด มีความผิดหลายกะทง ในคำพิพากษาอันเดียวกัน ศาลจะพิพากษาลงโทษตามกะทงความผิดทุกกะทงก็ได้ แต่เมื่อรวมโทษทุกกะทงเข้าด้วยกัน ถ้าจะต้องจำคุก อย่าจำให้เกินยี่สิบ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 314
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บทรัพย์ หรือจัดการทรัพย์อย่างใดใดของผู้อื่น หรือเป็นทรัพย์ที่ผู้อื่นมีส่วนเป็นเจ้าทรัพย์อยู่ด้วยก็ดี หรือได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้ เพื่อให้...
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐาน ยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 จำเลย ยักยอก เงิน 2 ครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกันจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดฐาน ยักยอก ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี ดังนี้ถือว่าแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 23/2503) (ควรเทียบดูกับฎีกาที่ 619/2499)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยซึ่งเป็นสมุห์บัญชีของสมาคมกรรมการไทยในข้อหา ยักยอก เงินของสมาคมกรรมกรไทย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314, 71 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 352, 352 กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินสามแสนบาทให้แก่สมาคมกรรมกรไทยด้วย จำเลยปฏิเสธ ศาลอาญาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลย ยักยอก เงินของสมาคมกรรมกรไทยไปสามแสนบาทจริงตามฟ้อง จำเลยมีความผิดตามกฏประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 314, 319 โดยฐานมีหน้าที่โดยตรง แต่โจทก์ขอเพียงมาตรา 314 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย จึงให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 จำเลย ยักยอก เงินสองครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมสองกระทง 5 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินสามแสนบาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ ยักยอก เงินของสมาคมกรรมกรไทยไปจริงตามฟ้อง จำเลยได้รับมอบโดยเฉพาะให้ไปรับเงินจากกรมประชาสงเคราะห์และรับมอบเช็คให้ไปเบิกเงินจากธนาคารแล้วจำเลย ยักยอก เอาเสีย จำเลยจึงมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ไม่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลย 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา 4 ข้อ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาดังกล่าวข้างต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้นั้น โดยมติที่ประชุมใหญ่ถือว่าแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 1 ถึงข้อ 3 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ส่วนฎีกาข้อ 4 ที่ว่า สมาคมกรรมกรไทยถูกคณะปฏิวัติขีดชื่อออกจากทะเบียนสิ้นสภาพนิติบุคคลแล้ว อัยการหมดอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น จำเลยมิได้อุทธรณ์ จะยกขึ้นมาในชั้นฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2503 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายประยูร ชลายนเดชะ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 218