ฎีกาที่ 1172/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เงินเดือนมีลักษณะเป็นเงินค่าจ้างทำงานนั่นเอง แต่มีลักษณะจ่ายเป็นรายเดือนจึงเรียกว่าเงินเดือน กำหนด อายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(8) กับมาตรา 166 มีความสำคัญอยู่ที่ว่า เงินค่าจ้างนั้น มีกำหนดจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลาหรือไม่ หากจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลา ก็เข้ามาตรา 166 หากไม่มีกำหนดระยะเวลาก็เข้ามาตรา 165(8)
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2496 จำเลยจ้างโจทก์ให้เป็นผู้สอบบัญชี ตกลงให้ค่าจ้างโจทก์เดือนละ 200 บาท โดยชำระเมื่อมีการสอบบัญชีเสร็จเป็นรายปีโจทก์ได้ทำการสอบบัญชีบริษัทของจำเลยตั้งแต่ พ.ศ. 2495 จนถึง พ.ศ. 2498 รวม 3 ปี โจทก์ควรได้ค่าจ้าง รวม 7,200 บาท โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้จากจำเลยพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้ว่า ไม่ได้จ้างโจทก์เป็นผู้สอบบัญชีและตัดฟ้องว่าคดีขาด อายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่า คดีขาด อายุความ ตามมาตรา 165(8) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดียังไม่ขาด อายุความ ตามมาตรา 166 จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เงินเดือนก็มีลักษณะเป็นเงินค่าจ้างทำงานนั่นเอง แต่มีลักษณะจ่ายเป็นรายเดือน จึงเรียกว่าเงินเดือนข้อสำคัญเกี่ยวกับกำหนด อายุความ ตามมาตรา 165(8) กับมาตรา 166 จึงอยู่ที่ว่า เงินค่าจ้างนั้น มีกำหนดจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลาหรือไม่ หากจ่ายเป็นกำหนดระยะเวลาก็เข้าตามมาตรา 166 หากไม่มีกำหนดระยะเวลาก็เข้ามาตรา 165(8) ตามฟ้องโจทก์อ้างว่า เงินรายนี้จ่ายกันเมื่อมีการสอบบัญชีเสร็จเป็นรายปี แต่ปีใด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีสุดท้าย) จะตรวจเสร็จถึงกำหนดชำระเงินค่าตรวจกันเมื่อใดยังไม่ปรากฏ จะด่วนชี้ขาดว่าฟ้องของ โจทก์ขาด อายุความ หรือไม่ในบัดนี้ ไม่สมควร รูปคดีตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยสมควรต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2503 ร้อยโทประภัสสร์ วรพิสิษฐ์ โจทก์ บริษัทแร่โยธา จำกัด โดยนายทองย้อย สรงประภา จำเลย กับพวก เป็นกรรมการ จำเลย ป.พ.พ. ม. 165 , ม. 166