ฎีกาที่ 542/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์เป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายตามพินัยกรรมโจทก์มิได้ฟ้องเรียกเอาทรัพย์เป็นของตนทั้งหมด คำขอของโจทก์ตามฟ้องนั้น เพื่อจะได้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมของผู้ตายเมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ตายในที่ดินและตึกพิพาทศาลก็ต้องยกฟ้องคดีชนิดนี้ศาลไม่สมควรที่จะชี้ขาดว่าฝ่ายใดควรได้ส่วนแบ่งเท่าใด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่านายฮองเอ๋งได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้แก่บุตรซึ่งเกิดกับโจทก์กับบุตรของจำเลยที่ 1 จำเลยไม่มีชื่อในพินัยกรรม จำเลยที่ 1-2 ซึ่งเป็นบุตรและหลานของนางแจ่มภรรยาเดิมของนายฮองเอ๋งตามลำดับ ได้ขอรับ มรดก ที่ดินส่วนของนางแจ่มเป็นเนื้อที่ครึ่งหนึ่งในโฉนดที่ดินนั้น เจ้าพนักงานที่ดินจัดการโอนที่ดินให้ตามนั้น ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามโฉนดรายนี้เป็นของนายฮองเอ๋งผู้ทำพินัยกรรมแต่ผู้เดียว ให้สั่งทำลายนิติกรรมการจดทะเบียนโอน มรดก ที่ดินส่วนของนางแจ่มแก่จำเลยนั้นเสีย และให้เจ้าพนักงานที่ดินลงชื่อโจทก์เป็นผู้จัดการ มรดก ในโฉนดที่ดินนั้นห้ามมิให้จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่านายฮองเอ๋งไม่มีอำนาจที่จะทำพินัยกรรมยกกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของนางแจ่ม ซึ่งตกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1-2 ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจจัดการ มรดก ของนายฮองเอ๋งตามพินัยกรรมในที่ดินเต็มเนื้อที่ทั้งโฉนด คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินและตึกพิพาทจำนวน 2 ใน 3 ส่วนหรือ 1 ใน 6 ส่วนเป็น มรดก ของนางแจ่ม จำเลยที่ 1-2 เป็นผู้มีสิทธิรับ มรดก ของนางแจ่ม โจทก์ไม่มีสิทธิ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายฮองเอ๋งแต่ผู้เดียว ทั้งไม่มีสิทธิที่จะห้ามไม่ให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ไม่จำต้องวินิจฉัยในข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในข้อที่ให้ยกฟ้อง แต่เห็นว่าในคดีนี้ไม่สมควรที่จะชี้ขาดว่าฝ่ายใดควรได้ส่วนแบ่งเท่าใด โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อกฎหมายที่ว่า ในคดีนี้ไม่สมควรที่จะชี้ขาดว่าฝ่ายใดควรได้ส่วนแบ่งเท่าใดไม่ชอบ ศาลฎีกาเชื่อว่า เมื่อนางแจ่มตายแล้ว จำเลยที่ 1 และนางเนื่องได้ครอบครองที่ดินและตึกพิพาทอันเป็น มรดก ของนางแจ่มร่วมกับนายฮองเอ๋งมาเกินกว่า 1 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นทายาทของนางแจ่มและนางเนื่อง (ซึ่งเป็นบุตรนางแจ่ม) ตามลำดับ มีส่วนได้ในที่ดินและตึกพิพาท ย่อมขอรับ มรดก รายนี้ได้ ไม่ขาดอายุความ ปัญหาที่ว่าในการพิพากษาคดีนี้จะควรชี้ขาดว่าฝ่ายใดควรได้ส่วนแบ่งเท่าใดหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่สมควรที่จะชี้ขาดว่าฝ่ายใดควรได้ส่วนแบ่งเท่าใด เพราะปรากฏว่าโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์เป็นผู้จัดการ มรดก ของนายฮองเอ๋งตามพินัยกรรม โจทก์มิได้ฟ้องเรียกเอาทรัพย์เป็นของตนทั้งหมด ซึ่งตาม ม. 142(2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่า หากพิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้ คำขอของโจทก์ตามฟ้องนั้น เพื่อจะได้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมของนายฮองเอ๋งเมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับนายฮองเอ๋งในที่ดินและตึกพิพาทอยู่ ศาลก็ต้องยกฟ้องไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาอื่น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2502 นางปิ๋ว ตัณดาราพร ในฐานะผู้จัดการ มรดก ของนายฮองเอ๋ง ตัณดาราพร ตามพินัยกรรม โจทก์ นายประโยชน์ โกมลมาศ (อี่) ที่ 1 นายเฉลิม วิรางกูร ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 (2) , ม. 242 (2) , ม. 247 ป.พ.พ. ม. 1719 , ม. 1632