ฎีกาที่ 1124/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยได้เช่า ที่ดิน ของผู้ร้องขัดทรัพย์ปลูกตึกตึกย่อมเป็นส่วนควบของ ที่ดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกนี้ได้ก็อาศัยสัญญาเช่า ที่ดิน และตึกนี้ย่อมตกเป็นของผู้ร้องไปในตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน ฉะนั้น เมื่อจำเลยจะโอนตึกรายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของ ที่ดิน เมื่อไร ไม่จำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (อ้างฎีกา 561/2488)
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดตึกเฉพาะชั้นที่ 3 ของตึกสามชั้น ซึ่งปลูกอยู่บน ที่ดิน ของผู้ร้อง อ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่า จำเลยเช่า ที่ดิน ของผู้ร้องปลูกตึกรายนี้ ค่าเช่าเดือนละ 800 บาท เมื่อสร้างตึกเสร็จแล้วจำเลยไม่สามารถทำการค้าในตึกชั้นที่ 3 และไม่มีเงินจะให้ค่าเช่า ที่ดิน จึงทำสัญญายกตึกชั้นที่ 3 ให้แก่ผู้ร้อง ๆ ได้ครอบครองตึกชั้นที่ 3 ตลอดมา ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้โอนตึกชั้นที่ 3 ให้แก่ผู้ร้องแล้วจึงให้ถอนการยึดทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยยังไม่ได้โอนตึกให้แก่ผู้ร้อง พิพากษากลับให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องเสีย ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตึกสามชั้นรายนี้ตามธรรมดาย่อมเป็นส่วนควบของ ที่ดิน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 หากแต่ว่าอาศัยสัญญาเช่า ที่ดิน ระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จำเลยจึงเพียงได้ชื่อว่ามีสิทธิอยู่ในตึกนี้ชั่วระยะเวลาที่มีสิทธิตามสัญญาเช่าเท่านั้น และตึกรายนี้ย่อมตกเป็นส่วนควบของเจ้าของ ที่ดิน และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องไปในตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน เมื่อจำเลยจะโอนตึกรายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องเมื่อใด ไม่จำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยได้โอนตึกชั้น 3ให้แก่ผู้ร้องแล้ว พิพากษากลับ ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ตามคำบังคับของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2502 ธนาคารเกษตร จำกัด โดยนายเผด็จ จิราภรณ์ โจทก์ ผู้จัดการธนาคารเกษตร จำกัด สาขาตะพานหิน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายบุญมา ฟ้ากระจ่าง จำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ จำเลย นายชื่น อุเพ็ญ จำเลย ป.พ.พ. ม. 107 , ม. 109 , ม. 456 , ม. 1299