ฎีกาที่ 1099/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่พิพาทเป็นที่ทำประโยชน์แล้ว จนเจ้าพนักงาน ที่ดิน ได้ทำใบไต่สวนและทำโฉนดแล้วพร้อมที่จะมอบให้เจ้าของที่เดิมซึ่งได้ร้องขอออกโฉนดไว้ หากแต่เจ้าของที่เดิมไม่ไปรับใบไต่สวนและโฉนดจนเกิน 10 ปี เจ้าพนักงานจึงได้สั่งทำลายเสีย ที่พิพาทจึงไม่มีใบไต่สวนและไม่มีโฉนด ครั้นที่พิพาทตกมาเป็นของจำเลยโดยเจ้าของเดิมที่ว่านั้นยกให้จำเลย จำเลยก็ได้ครอบครองทำประโยชน์มา จำเลยร้องขอให้ศาลสั่งแสดงสิทธิ ศาลก็สั่งแสดงว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาท ที่พิพาทจึงเป็น ที่ดิน ที่อยู่ในความหมายของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 6 คือเป็น ที่ดิน ที่อยู่ในประเภท ที่ดิน ซึ่งเจ้าของมีสิทธิขอรับโฉนด ที่ดิน ตามบทแห่งประมวลกฎหมาย ที่ดิน เวลาจะโอนขายไม่ต้องให้นายอำเภอรับรองว่าได้ทำประโยชน์แล้ว การจดทะเบียนสิทธิและการทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทรายนี้ปลัดอำเภอเป็นผู้ทำแทนนายอำเภอ ย่อมเป็นการทำที่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา 71(2)
ย่อยาว
คดีนี้ เนื่องมาจากศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามสัญญายอม จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์นำยึด ที่ดิน ที่ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนงโดยอ้างว่าเป็นของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดและเอาเงินชำระหนี้ ผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่รายนี้เป็นของผู้ร้อง โดยจำเลยขายให้ผู้ร้อง ๆ ได้ครอบครองที่รายนี้มา ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โจทก์ให้การ ว่าที่รายนี้เป็นของจำเลยตามคำสั่งศาล หากมีการขาย ผู้ร้องกับจำเลยก็ทำโดยไม่สุจริตเพื่อป้องกันมิให้โจทก์บังคับชำระหนี้จากที่รายนี้ การโอนกรรมสิทธิ์ต้องกระทำต่อเจ้าพนักงาน ที่ดิน หรือผู้ทำการแทน นายอำเภอพระโขนงไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ที่ดิน ที่รายนี้ยังไม่มีคำรับรองจากนายอำเภอว่าทำประโยชน์แล้ว จึงโอนไม่ได้ การโอนไม่ชอบ ผู้ร้องกับจำเลยสมคบกันกระทำการฉ้อฉลโจทก์ เพราะผู้ร้องกับจำเลยรู้ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบ ขอให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า ที่พิพาทเป็นของผู้ร้องให้โจทก์ถอนการยึด โจทก์ฎีกา คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกา 2 ข้อ (1) โจทก์เถียงว่า ที่พิพาทยังไม่มีคำรับรองของนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว จึงโอนไม่ได้ตาม มาตรา 8, 9 แห่ง พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. 2497 และการจดทะเบียนโอนซื้อขายที่พิพาทนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเป็นเจ้าพนักงาน ที่ดิน ไม่ใช่นายอำเภอหรือผู้รักษาการแทน ทางพิจารณาฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นที่ทำประโยชน์แล้ว จนเจ้าพนักงาน ที่ดิน ได้ทำใบไต่สวนและทำโฉนดแล้วพร้อมที่จะมอบให้โต๊ะปูเจ้าของที่เดิมซึ่งได้ร้องขอออกโฉนดไว้ หากแต่โต๊ะปูไม่ไปรับใบไต่สวนและโฉนดจนเกิน 10 ปีเจ้าพนักงานจึงได้สั่งทำลายเสีย ที่พิพาทจึงไม่มีใบไต่สวนและไม่มีโฉนด ครั้นที่พิพาทตกมาเป็นของจำเลยโดยโต๊ะปูยกให้จำเลย จำเลยก็ได้ครอบครองทำประโยชน์มา จำเลยร้องขอให้ศาลสั่งแสดงสิทธิ ศาลก็สั่งแสดงว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาท ที่พิพาทเป็น ที่ดิน อยู่ในความหมายของ พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 6 คือ เป็น ที่ดิน ที่อยู่ในประเภท ที่ดิน ซึ่งเจ้าของมีสิทธิขอรับโฉนด ที่ดิน ตามบทแห่งประมวลกฎหมาย ที่ดิน เวลาจะโอนขายไม่ต้องให้นายอำเภอรับรองว่าได้ทำประโยชน์แล้ว การจดทะเบียนสิทธิและการทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทรายนี้ ปลัดอำเภอพระโขนงเป็นผู้ทำแทนนายอำเภอ จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา 71(2) (2) ที่ว่าผู้ร้องรับโอนที่พิพาทจากจำเลยโดยรู้ว่าเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นประกอบให้พอฟังได้เช่นนั้น ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099/2502 นางสาวมอญ เทพทอง โจทก์ นายฮำด๊ะ มิตมานะ จำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ จำเลย นายจรูญ สุวรรณธารา จำเลย พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม. 6 , ม. 8 , ม. 9 ป.ที่ดิน ม. 71 (2) ป.วิ.พ. ม. 288 ป.พ.พ. ม. 456 , ม. 1299