ฎีกาที่ 1093/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้ที่พิพาทจะเป็นที่งอกของ ที่ดิน ที่มีโฉนดอันจำต้องตกเป็นสิทธิของจำเลยตามกฎหมายในเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ที่มีโฉนดนั้นให้แก่จำเลยก็จริง แต่ถ้าที่พิพาทที่เป็นที่งอกนั้น ได้แบ่งแยกออกเป็นส่วนสัดจนได้รังวัดเพื่อออกโฉนดและได้รับเลข ที่ดิน ต่างหากแล้วก่อนมีการโอนที่มีโฉนดเดิมให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว และทั้งโจทก์จำเลยก็เคยครอบครองร่วมกันมาก่อนและยังใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทร่วมกันต่อมาภายหลังโอนที่มีโฉนดเช่นนี้ ต้องถือว่า โจทก์จำเลยมีสิทธิครอบครองร่วมกันในที่พิพาท
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครอง ที่ดิน สวนจากร่วมกัน 1 แปลง ยังไม่มีโฉนด แต่ได้ขอรังวัดแล้ว หมายเลขที่ 404 ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2500 จำเลยพาบริวารเข้าตัดจากในที่แปลงนี้โดยไม่มีอำนาจและไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดิน หมายเลขที่ 404 เป็นของโจทก์มีกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองกึ่งหนึ่ง กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่งจากโฉนดที่ 5864 ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่งอกดังกล่าวย่อมเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว ในวันชี้สองสถาน จำเลยรับว่า ที่พิพาทเป็น ที่ดิน ที่โจทก์จำเลยได้ร่วมกันประมูลได้พร้อมกับ ที่ดิน โฉนดที่ 5864 ในการประมูลระหว่างคู่ความในอีกคดีหนึ่ง ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ได้ถอนชื่อโจทก์ในหน้าโฉนดเลขที่ 5864 ซึ่งโจทก์จำเลยมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน โอนให้เฉพาะส่วนของโจทก์ให้จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ส่วนที่พิพาทโจทก์ยังเป็นผู้ครอบครองตลอดมา ได้จัดให้คนเช่าและแบ่งค่าเช่าให้จำเลยทุกปี ที่พิพาทจึงเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน พิพากษาว่า ที่ดิน หมายเลข 404 เป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน โจทก์มีกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองกึ่งหนึ่ง กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 2,100 บาท (ซึ่งเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของค่าเสียหายทั้งสิ้นเต็มเนื้อที่พิพาท 4,200 บาท) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เว้นแต่ข้อที่ศาลชั้นต้นว่า โจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองร่วมกันในที่พิพาทนั้น เป็นแต่มีสิทธิครอบครองร่วมกัน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ได้มีการแบ่งแยกที่งอก คือ ที่พิพาทออกเป็นส่วนสัดต่างหากจาก ที่ดิน โฉนดที่ 5864 ซึ่งอยู่ติดกับที่พิพาทและได้มีการขอรังวัดเพื่อออกโฉนดจนได้รับเลข ที่ดิน ต่างหากแล้วต่างฝ่ายต่างก็ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทร่วมกันตลอดมา แม้เมื่อโจทก์จะได้โอนกรรมสิทธิ์ส่วนของตนใน ที่ดิน โฉนดที่ 5864 ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้ว ก็ปรากฏว่าโจทก์ยังสงวนสิทธิครอบครองในที่งอกอันเป็นที่พิพาทร่วมกับจำเลยอยู่ตามเดิม ดังนั้น แม้ที่พิพาทจะเป็นที่งอกของ ที่ดิน โฉนดที่ 5864 อันจำต้องตกเป็นสิทธิของจำเลยตามกฎหมายเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน โฉนดดังกล่าวนี้ก็จริง แต่เมื่อที่พิพาทได้แบ่งแยกออกเป็นส่วนสัดแล้วก่อนมีการโอนและทั้งโจทก์จำเลยยังใช้สิทธิครอบครองรวมกันต่อมาภายหลังโอนเช่นนี้ ก็ต้องถือว่า โจทก์จำเลยมีสิทธิครอบครองร่วมกันในที่พิพาท ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2502 นางฟุ้ง ใจดี โจทก์ นางเพี้ยม นิ่มสุข จำเลย ป.พ.พ. ม. 1308 , ม. 1367 , ม. 1368