ฎีกาที่ 1282-1288/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความหมายของ มาตรา 94(2) แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 นั้น ไม่จำเป็นจะต้องปรากฏว่ามีการสมยอมกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในการกระทำหนี้ขึ้น เพียงแต่ว่าในเวลาที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำหนี้ขึ้น เจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ก็ขอรับชำระหนี้นั้นไม่ได้ ถ้าหนี้เดิมยังเป็นของผู้โอน ผู้โอนก็ย่อมขอรับชำระหนี้ได้ เมื่อมีการโอนหนี้ดังกล่าวนี้แล้ว ผู้รับโอนย่อมขอรับชำระหนี้นั้นได้ เพราะเป็นเพียงแต่เปลี่ยนตัวผู้ขอรับชำระหนี้ กรณีเช่นนี้ ไม่เข้าตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94(2) เพราะเป็นหนี้เดิมที่โอนมา ไม่ใช่เป็นหนี้อันเจ้าหนี้ได้ยอมให้ลูกหนี้(ผู้ ล้มละลาย ) กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว (ประชุมใหญ่ครั้งที่19/2502)
ย่อยาว
คดี 7 สำนวนนี้ เนื่องจากศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลย ล้มละลาย ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ 7 ราย โดยอ้างว่าเป็นหนี้ซึ่งผู้ร้องได้ชำระแทนผู้ ล้มละลาย ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำขอรับชำระหนี้ทุกรายโดยอ้างว่าเป็นหนี้ซึ่งเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 94(2) นายสมจิตต์ผู้ร้อง ฎีกาทั้ง 7 สำนวน ที่ผู้ร้องโต้เถียงในฎีกาเป็นทำนองว่า มาตรา 94(2) แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มุ่งหมายป้องกันมิให้มีการสมยอมระหว่างเจ้าหนี้กับผู้ ล้มละลาย เพื่อเพิ่มพูนหนี้สินให้มากขึ้น แต่ในคดีนี้ลูกหนี้เป็นบริษัทอุตสาหกรรมดำเนินงานในชั้นต้นหรือในระยะแรกของการอุตสาหกรรมอาจไม่ได้ผล และบริษัทยังมีหนี้ซึ่งอาจได้รับความกระทบกระเทือน ผู้ร้องได้ให้กู้เงินไปหรือเข้าประกันลูกหนี้เพื่อจะประคองฐานะของบริษัทให้คงอยู่ และเพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของลูกหนี้ซึ่งจำเป็น พฤติการณ์ยังไม่พอจะสันนิษฐานว่าเจ้าหนี้ได้รู้ถึงว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะไม่ได้รับชำระหนี้ตาม มาตรา 94(2) นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามความหมายของมาตรา 94(2) ไม่จำเป็นจะต้องปรากฏว่า มีการสมยอมกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในการกระทำหนี้ขึ้น เพียงแต่ว่าในเวลาที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำหนี้ขึ้น เจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ก็ขอรับชำระหนี้นั้นไม่ได้ ศาลฎีกาฟังว่าขณะที่ผู้ร้องยอมให้บริษัทจำเลยลูกหนี้กระทำหนี้ขึ้นกับตนนั้นผู้ร้องได้รู้ถึงการที่บริษัทจำเลยลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 94(2) แล้ว มีปัญหาเรื่องคำขอรับชำระหนี้รายที่ 540 ซึ่งเป็นหนี้ที่รับโอนมาจากนางบรรเจิด พรหมโยธี จากนางกานดา กรรณสูตร และจากนายโชติ คุณเกษม โดยผู้ ล้มละลาย ได้ทำสัญญาจะขายด้ายให้แก่บุคคลดังกล่าว และรับเงินมัดจำไว้ ครั้นถึงกำหนดผู้ ล้มละลาย ผิดนัดไม่ส่งด้ายให้ บุคคลดังกล่าวไม่ประสงค์จะซื้อด้ายต่อไป ผู้ร้องจึงชำระเงินแทนผู้ ล้มละลาย ไปโดยรับโอนสัญญาซื้อขายมาเป็นของตน ซึ่งผู้โอนสลักหลังไว้ในสัญญาและผู้ ล้มละลาย เซ็นรับทราบการโอนไว้การโอนหนี้ดังกล่าวมาแล้ว ที่ประชุมใหญ่ได้พิจารณาแล้ว ลงมติว่าขอรับชำระหนี้ได้โดยเห็นว่าเป็นเพียงแต่เปลี่ยนตัวผู้ขอรับชำระหนี้ถ้าหนี้ยังเป็นของผู้โอน ผู้โอนก็ย่อมขอรับชำระหนี้ได้อยู่แล้ว กรณีไม่เข้า พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 94(2) เพราะเป็นหนี้เดิมที่โอนมา ไม่ใช่เป็นหนี้อันเจ้าหนี้ได้ยอมให้ลูกหนี้ (ผู้ ล้มละลาย ) กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว ส่วนผู้ร้องขอรับชำระหนี้จะได้รับชำระหนี้เท่าไรนั้นเป็นเรื่องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ผู้ขอรับชำระหนี้รายที่ 540 มีสิทธิขอรับชำระหนี้รายนี้ได้ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282 - 1288/2502 นางเอียเซียกอิงเนียว โจทก์ บริษัทโรงงานฝ้ายกรุงเทพฯ จำกัด จำเลย ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ จำเลย นายสมจิตต์ โฆสวรรณะ จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 94 (2) ป.พ.พ. ม. 226