ฎีกาที่ 1240/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 50
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
บุคคลที่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แต่พอสมควรแก่เหตุ โดยมีความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตร์ เกียรติยศ แลชื่อเสียง หรือทรัพย์ของตัวมันเองก็ดี หรือของผู้อื่นก็ดี เพื่อให้พ้นภยันตราย ซึ่งเ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 63
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ในคดีที่บุคคลตั้งแต่สองขึ้นไปกระทำความผิดอย่างเดียวกัน ท่านให้ถือว่าบรรดาผู้ที่ได้ลงมือกระทำความผิดนั้น เป็นตัวการ แลอาจลงอาญาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นแก่มันทุกคน เหม...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 245
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดบังอาจกระทำการอนาจารแก่เด็กอายุต่ำกว่าสิบสองขวบ ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่เดือนหนึ่งขึ้นไปจนถึงสามปี แลให้ปรับตั้งแต่ห้าสิบบาทขึ้นไปจนถึงห้าร้อยบาท ด้วยอีกโสด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 247
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ความผิดอย่างใดใด ที่ว่ามาในมาตรา 243, 244, 245 แล 246 นั้น ถ้าผู้กระทำเป็นบิดามารดาหรือปู่ย่าตายายก็ดี ครูบาอาจารย์ที่รับเลี้ยงผู้ถูกกระทำร้ายไว้ก็ดี เจ้าพนักงานผู้มีตำแหน่งหน้าที่...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
ย่อสั้น
พฤติการณ์ของผู้ตายเป็นโจรปล้นทรัพย์ทำร้ายนายเหืองจำเลยแล้วยังจะทำซ้ำอีก นายเบืองนายโหนจำเลยเข้าไปป้องกันโดยตีผู้ตายเสียก่อนเพื่อไม่ให้ผู้ตายทำร้ายนายเหืองจำเลย พรรคพวกของผู้ตาย 2 คน ยังกลับมาช่วยผู้ตายอีก ขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน ผู้ตายกับพวกจะก่อกรรมรุนแรงอย่างใดต่อไปย่อมรู้ไม่ได้ ในที่สุดผู้ตายก็ตายลงในเวลานั้นเอง การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตให้พ้นอันตรายซึ่งเกิดโดยผิดด้วยกฎหมาย เช่นนี้ ไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกัน ฆ่า นางมอลตายโดยเจตนาขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 63 จำเลยทั้ง 4 ปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 1,2, 3 ให้การใหม่ว่า ได้ทำร้ายผู้ตายจริง เพื่อป้องกันตัวและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามคำพยานจำเลย แต่เห็นว่า ตามรายงานชันสูตรพลิกศพ ผู้ตายมีบาดแผลศีรษะแตก สมองไหล กับมีบาดแผลฉกรรจ์อีกหลายแห่งแสดงว่าได้กระทำอย่างไม่ปราณี ทั้งที่ยังมีโอกาสกระทำอย่างอื่นได้ การกระทำของจำเลยที่ 1, 2, 3 เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ส่วนจำเลยที่ 4 ไม่ได้ทำผิดด้วย พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 245 (ที่ถูกน่าจะเป็น 249), 53 จำคุกจำเลยที่ 1 ผู้มีมีด 2 ปี จำเลยที่ 2-3 คนละ 1 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสามนี้มีประโยชน์ในทางพิจารณาลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามมาตรา 59 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 1 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2-3 คนละ 8 เดือน ของกลางริบ กับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3 ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น แต่เห็นว่า จำเลยทั้งสามได้ทำร้ายผู้ตายเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50 พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1, 2, 3 ด้วย ของกลางคืนจำเลย โจทก์ฎีกาว่า ควรจะฟังคำพยานโจทก์ ลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3ตามฟ้อง และถึงหากจะฟังคำพยานจำเลยก็เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ของผู้ตายเป็นโจรปล้นทรัพย์ ทำร้ายนายเหืองจำเลยแล้วยังจะทำซ้ำอีก นายเบือง นายโทน จำเลยเข้าไปป้องกันโดยตีผู้ตายเสียก่อนไม่ให้ทำร้ายนายเหืองจำเลย พรรคพวกของผู้ตาย 2 คนยังกลับมาช่วยผู้ตายอีก ในขณะนั้นเป็นเวลากลางคืนผู้ตายกับพวกจะก่อกรรมรุนแรงอย่างใดต่อไปย่อมรู้ไม่ได้ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตให้พ้นอันตรายซึ่งเกิดโดยผิดด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2502 อัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นายเบือง สังข์ลาย กับพวกรวม 4 คน จำเลย ป.อ. ม. 68 , ม. 69 , ม. 288 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 50 , ม. 249