ฎีกาที่ 845/2502
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 131
พ.ศ. 2484 · effective_date
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่จัดซื้อ หรือทำ หรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแลมันยักยอกเอาทรัพย์สิ่งนั้น ๆ ไปเป็นของมันเสียก็ดี...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 139
พ.ศ. 2496 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
เจ้าพนักงานคนใด ท่านใช้ให้มีหน้าที่ทำการฝ่ายตุลาการ ถ้ามันเรียก หรือรับ หรือยอมว่าจะรับสินบนเป็นอาณาประโยชน์แก่ตัวมันเองก็ดี ให้ผู้อื่นก็ดี เพื่อจะให้ความวินิจฉัย คำสั่ง หรือคำพิพา...
ย่อสั้น
จำเลยเป็นเสมียนแผนกตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดพังงา ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงาผู้เป็นหัวหน้าได้มอบหมายการงานซึ่งอยู่ในแผนกให้แก่จำเลยปฏิบัติ จำเลยได้ ยักยอก เงินและสิ่งของที่ได้รับมอบหมายไว้ตามหน้าที่ ดังนี้ จำเลยย่อมมีผิดฐานเจ้าพนักงาน ยักยอก อัตราโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ย่อมเบากว่าตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา จำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเสมียนพนักงานแผนกตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา มีฐานะหน้าที่ช่วยตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงาจำเลยทั้ง 2 ได้สมคบกัน ยักยอก เงินค่าจำหน่ายแบบพิมพ์ ค่าจำหน่ายแสตมป์ ก.ศ.ส. และแสตมป์ ก.ศ.ส. ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 2 มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 139(3) ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วมีกำหนดโทษจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน ให้ใช้หรือคืนเงินแก่รัฐบาล จำเลยทั้ง 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 นอกนั้นยืนตามศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 ย่อมมีผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้นตามข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยที่ 2 เป็นเสมียนมียศเป็นรองจำเลยที่ 1 ผู้เป็นหัวหน้าแผนกเมื่อหัวหน้าแผนกได้มอบหมายการงานอันอยู่ในแผนกให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเสมียนและจำเลยที่ 2 ได้ ยักยอก เงินและสิ่งของที่ได้รับมอบหมายไว้ตามหน้าที่ ย่อมมีผิดฐานเจ้าพนักงาน ยักยอก สำหรับโทษที่ลงแก่จำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ควรใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่า พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147ให้จำคุก 2 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ก็ให้แก้บทลงโทษตามมาตรา 147 เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 845/2502 อัยการจังหวัดพังงา โจทก์ ร.ต.ท.วิทู ประเสริฐธรรม ที่ 1 ส.ต.อ.มนู สืบสายอ้น ที่ 2 จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 131 , ม. 139 ป.อ. ม. 3 , ม. 147