ฎีกาที่ 395/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 70
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง แลการที่กระทำนั้น เป็นการละเมิดกฎหมายหลายบทด้วยกัน ท่านให้ใช้บทกฎหมายที่อาญาหนักลงโทษแก่มัน
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 71
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ใด มีความผิดหลายกะทง ในคำพิพากษาอันเดียวกัน ศาลจะพิพากษาลงโทษตามกะทงความผิดทุกกะทงก็ได้ แต่เมื่อรวมโทษทุกกะทงเข้าด้วยกัน ถ้าจะต้องจำคุก อย่าจำให้เกินยี่สิบ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 136
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เจ้าพนักงานคนใดใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ โดยทางอันมิชอบ มันบังคับให้เขาให้หรือให้เขาหาทรัพย์หรือผลประโยชน์อย่างใดใด อันมิควรจะได้ตามกฎหมาย มาให้แก่ตัวมันเองก็ดี หรือให้แก่ผู้อื่นก็ด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 270
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมิได้มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มันใช้อำนาจหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังซึ่งคนผู้หนึ่งผู้ใดไว้ก็ดี หรือกระทำด้วยประการใดใดให้บุคคลผู้หนึ่งผู้ใดปราศจากความเป็นอิสระแก่ตนก็ดี ท่านว่าม...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 293
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ลักทรัพย์เขาในเวลากลางคืนก็ดี (2) ลักทรัพย์เขา โดยปีนบ่าย หรือตัดช่องเข้าไปลักภายในบริเวณ...
ย่อสั้น
การที่จำเลยหยิบเอาเงินไป เนื่องจากที่ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148ความผิดเรื่อง ลักทรัพย์ เกลื่อนกลืนเข้าไปในกรณีนั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นตำรวจมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด ได้สมคบกันทำผิดกฎหมายหลายบท หลายกะทง คือ จำเลยทำการจับกุมตรวจค้นนายเง็กเล้ง และนายประสิทธิ์ หาว่าเล่นการพนันฉลากกินรวบเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ปราศจากอิสสระแล้วใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบบังคับขู่เข็ญให้คนทั้ง 2 ให้เงินแก่จำเลย 2,000 บาท มิฉะนั้น จะจับกุมดำเนินคดีและจำเลยได้ลักธนบัตรของนายประสิทธิ์ไป 200 บาท และของนายเง็กเล้งไป 600 บาท แต่ต่อมาคืนให้นายเง็กเล้ง 200 บาท ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136, 270, 293, 70, 71 แก้ไข 2484 มาตรา 3 จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง รวมกระทงลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกข้อหาสำหรับความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง นอกนั้นเป็นไปตามศาลชั้นต้น รวมกระทงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่าง ได้ความว่า จำเลยเข้าไปขอซื้อบุหรี่ที่บ้านนายเง็กเล้ง พลตำรวจวิชัย จำเลย ถามถึงสลากกินรวบพลตำรวจวิบูลย์จำเลยพูดว่าจับได้แล้ว พลฯ วิชัย จำเลย เอื้อมมือหยิบสมุดในลิ้นชักโต๊ะ และพลฯ เชื้อ จำเลย หยิบเงินในลิ้นชักโต๊ะออกมา 600 บาท ระหว่างหยิบเงินจำเลยแสดงตัวเป็นตำรวจกองปราบ และให้นายเง็กเล้งไปพูดในครัว และจะจับนายเง็กเล้งไปสถานีตำรวจในข้อหาเป็นคนต่างด้าว แล้วเรียกเงิน 2,000 บาท เพื่อจำเลยจะได้ไม่จับไปสถานีตำรวจ แต่นายเง็กเล็งไม่มีให้ มีคนมาตามจำเลย ๆ พากันไปและคืนเงินให้นายเง็กเล้ง 200 บาท ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ศาลฎีกาเห็นว่าไม่เป็นผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง คงมีความผิดฐานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตเท่านั้น และถือว่า การที่จำเลยเอาเงินของนายเง็กเล้งไป 400 บาท ก็เนื่องจากจำเลยใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ข้อที่โจทก์หาว่า จำเลย ลักทรัพย์ จึงเกลื่อนกลืนเข้าไปในกรณีนั้น พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 เพราะเป็นกฎหมายบทที่เป็นคุณแก่จำเลย จำคุกคนละ 2 ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2501 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจเชื้อ เงินวิเศษ กับพวก จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 136 , ม. 270 , ม. 293 ป.อ. ม. 3 , ม. 148