ฎีกาที่ 433/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 155
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดได้สาบาล หรือปฏิญาณตัวที่จะให้ถ้อยคำ ในการพิจารณาคดีใดใดแล้ว ถ้าแลมันเอาความที่มันรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จมาเบิกในข้อสำคัญแต่อย่างหนึ่งอย่างใดในคดีนั้น ท่านว่ามันมีความผิดฐานเบิ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 222
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังจะว่าต่อไปนี้ โดยลักษณ์ที่สามารถอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นแก่สาธารณชน หรือแก่บุคคลผู้หนึ่งผู้ใด คือว่า (1) มันทำหนังสือปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนใด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 223
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดปลอมหนังสือ แม้ไม่ตั้งใจถึงจะให้เป็นหนังสือสำคัญ หรือถึงเป็นหนังสือราชการก็ดี ถ้าแลหนังสือนั้นได้ปลอมขึ้นเป็นหนังสือที่แท้จริง ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 224
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดปลอมหนังสือ โดยตั้งใจจะให้เป็นหนังสือสำคัญก็ดี หรือเป็นหนังสือราชการก็ดี ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปจนถึงห้าปี แลให้ปรับตั้งแต่สองร้อยบาทขึ้นไปจนถ...
ย่อสั้น
ฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือกู้ แต่พิจารณาไม่ได้ความว่าจำเลยปลอมเอง การที่หนังสือกู้อยู่ในครอบครองของจำเลยจะสันนิษฐานว่าจำเลยปลอมเองไม่ได้ จำเลยอาจให้ผู้อื่นปลอม ถ้าโจทก์ไม่กล่าวในฟ้องว่าจำเลยสมคบกับผู้อื่นปลอมหนังสือ ก็จะลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยตามกฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตามกฎหมายเก่า เพราะกำหนดโทษที่ลงอยู่ในเกณฑ์ของกฎหมายเก่าดังนี้ เป็นการชอบแล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นครูประชาบาล เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2495 จำเลยได้ตกลงซื้อไม้เสาจากนายหมาดี 6 ต้น เป็นเงิน 60 บาท จำเลยจ่ายเงินให้แก่นายหมาดีล่วงหน้า โดยจำเลยให้นายหมาดีทำเป็นสัญญากู้เงิน 60 บาท ให้แก่จำเลยไว้ โจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน ครั้นระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม 2495 ถึงวันที่ 8มกราคม 2497 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้บังอาจปลอมหนังสือสัญญากู้เงินรายนี้ โดยแก้จำนวนเงิน 60 บาท เป็น 4,000 บาท โดยจงใจจะให้นายหมาดีและโจทก์ได้รับความเสียหาย ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2497 เวลากลางวัน จำเลยได้นำเอาสัญญาปลอมนี้มาฟ้องเรียกเงินกู้จากโจทก์และนายหมาดีตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6/2497 แดงที่ 30/2497 ของศาลจังหวัดชัยภูมิและเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2497 เวลากลางวันจำเลยสาบานตนแล้วบังอาจนำเอาความซึ่งรู้อยู่ว่าเท็จอันเป็นข้อสำคัญแพ่งคดีมาเบิกความต่อศาลว่านายหมาดีกู้เงินของจำเลยไป 4,000 บาท โจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน ความจริงนายหมาดีไม่ได้กู้เงินจำเลยไป 4,000 บาท และโจทก์ไม่ได้ ค้ำประกัน เงินกู้ 4,000 บาท เหตุเกิดที่ตำบลหนองบัวบาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ และที่ศาลจังหวัดชัยภูมิ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222, 223, 224, 155 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เชื่อว่าหนังสือสัญญากู้ฉบับ 4,000 บาทนี้ ได้ทำขึ้นโดยไม่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงที่คู่สัญญามุ่งผูกพันกัน แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ชัดว่า จำเลยเป็นผู้ปลอมเองสมตามฟ้อง ฟังลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสือสัญญากู้ฉบับนี้ยังไม่ได้เมื่อฟังว่าเอกสารสัญญากู้ทำขึ้นไม่ถูกต้องตรงความจริง และจำเลยเองนำเอกสารนี้ฟ้องโจทก์ ทั้งได้เบิกความสาบานตนว่านายหมาดีได้กู้เงินจำเลยไป 4,000 บาท โดยมีนายไหมโจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน จึงมีความผิดฐานเบิกความเท็จ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155 อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 มาตรา 3 ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 โดยจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนข้อหาฐานปลอมหนังสือให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสืออีกกระทงหนึ่ง ส่วนจำเลยคัดค้านว่า ไม่ควรมีความผิด ศาลอุทธรณ์พิจารณาได้ความตามคำพยานโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2495 นายหมาดีขายเสา 6 ต้น ราคา 60 บาทให้แก่จำเลยแต่เสาตัดทิ้งไว้ในป่าให้จำเลยไปขนเอาเอง จำเลยตกลงซื้อแต่ไม่ไว้ใจนายหมาดี จึงให้นายหมาดีทำสัญญากู้เงิน 60 บาท ค่าเสาไว้และให้โจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน จำเลยจ่ายเงินให้นายหมาดีไป 58 บาทโดยหักเป็นค่าเขียนกับค่าอากรแสตมป์ แล้วจำเลยไม่ไปเอาเสาต่อมาวันที่ 8 มกราคม 2497 จำเลยได้ยื่นฟ้องนายหมาดีกับโจทก์เรียกเงินตามสัญญากู้ 4,000 บาท ความจริงนายหมาดีทำสัญญากู้เงินจำเลยไปเพียง 60 บาท และโจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน เงินกู้ 60 บาทนี้เท่านั้น นายหมาดีเป็นคนจนถ้ากู้เงินจำเลยถึง 4,000 บาท โจทก์ก็ไม่ยอม ค้ำประกัน ให้ในคดีที่จำเลยฟ้องเรียกเงินกู้ 4,000 บาท นั้นจำเลยเบิกความต่อศาลว่านายหมาดีเป็นผู้กู้ โจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน ซึ่งไม่เป็นความจริง หนังสือสัญญากู้ที่จำเลยนำมาฟ้องนั้นปลอมจำนวนเงิน ส่วนชื่อโจทก์ที่เซ็นในสัญญาเป็นผู้ ค้ำประกัน นั้น จำไม่ได้ว่าจะเป็นลายเซ็นของโจทก์หรือมิใช่คดีนั้น ศาลฎีกาไม่เชื่อว่านายหมาดีได้กู้เงินจำเลยไป 4,000 บาท และโจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน ดังที่จำเลยฟ้อง ได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องของจำเลย จำเลยนำสืบว่า สัญญากู้ที่จำเลยนำมาฟ้องเรียกเงินจากนายหมาดีกับโจทก์จำนวน 4,000 บาท นั้น เป็นสัญญาที่นายหมาดีกู้เงินจำเลยไป 4,000 บาท จริง และโจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน จำเลยไม่ได้ปลอม จำเลยไม่เคยซื้อไม้เสาจากนายหมาดี และไม่เคยให้นายหมาดีทำสัญญากู้เงิน 60 บาท โดยให้โจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์คำพยานทั้งสองฝ่ายแล้ว เชื่อว่าจำนวนเงินในสัญญากู้ที่เขียนไว้สี่พันบาทถ้วนนั้น เป็นการปลอมขึ้น ไม่ใช่จำนวนเงินที่นายหมาดีกู้จากจำเลย และโจทก์เป็นผู้ ค้ำประกัน ใครเป็นผู้ปลอมจำนวนเงินในสัญญากู้นี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ให้กู้ สัญญาอยู่กับจำเลย จำเลยยืนยันว่านายหมาดีกู้เงินไป 4,000 บาท ตามหลักฐาน ต้องฟังว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมจำนวนเงินกู้นี้โดยไม่สงสัย เพราะเป็นประโยชน์ได้เสียของจำเลย เมื่อจำเลยไม่ทำปลอม ใครจะทำปลอมขึ้นทำไม จำเลยต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือ ส่วนข้อหาว่าเบิกความเท็จนั้น เมื่อฟังว่าจำเลยปลอมจำนวนเงินกู้แล้ว มาเบิกความเป็นพยานยืนยันตามที่ทำปลอมขึ้นว่าเป็นหนังสือสัญญากู้อันแท้จริงจึงเป็นการเบิกความเท็จ แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155 แต่ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะจำเลยกระทำผิดในขณะใช้กฎหมายลักษณะอาญาต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญามาปรับบทลงโทษจำเลย เมื่อเทียบกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 3) มาตรา 4 กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก จะเห็นได้ว่า ถ้าจะวางโทษจำคุกจำเลย ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจนถึง 5 ปี ก็ต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญา ถ้าจะวางโทษจำคุกจำเลยต่ำกว่า 6 เดือน ลงมา จึงจะใช้ประมวลกฎหมายอาญาได้เพราะเป็นคุณแก่จำเลย คดีนี้ จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะจำเลยกระทำความผิดจึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมหนังสือ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 224 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยในกระทงนี้มีกำหนด 1 ปี และจำเลยผิดฐานเบิกความเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155 นอกจากที่แก้นี้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาฟังคำแถลงคารมของคู่ความและปรึกษาคดีนี้แล้ว ได้ความว่านายหมาดีเป็นคนจน ไม่มีหลักทรัพย์อันใดซึ่งโจทก์ก็รู้ดีไม่ปรากฏว่านายหมาดีจำเป็นจะต้องใช้เงินถึง 4,000 บาท เพื่อเอาไปทำอะไร ถ้านายหมาดีกู้เงินถึง 4,000 บาท โจทก์ก็ไม่ยอมเป็นผู้ ค้ำประกัน ให้ ได้พิเคราะห์จำนวนเงินที่เขียนในสัญญากู้ เห็นได้ชัดว่าสีน้ำหมึกและลายมือต่างกันกับลายมือของนายคำนายผู้เขียนข้อความอื่น ๆ ไว้ในสัญญากู้ ฉบับนั้น น่าเชื่อว่ามีการเขียนจำนวนเงินสี่พันบาทถ้วนปลอมขึ้นจริง เมื่อจำเลยฟ้องเรียกเงินกู้จากนายหมาดีและโจทก์ในคดีก่อน ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์ (จำเลยคดีนี้) ว่าไม่มีน้ำหนักหลักฐานให้เชื่อถือได้ว่า ได้มีการกู้เงินกัน 4,000 บาท ตามฟ้อง ข้อวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยเป็นผู้ทำปลอมขึ้นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอันใดแสดงให้เห็นว่า จำเลยเป็นผู้ทำปลอมดั่งที่กล่าวในฟ้อง การที่สัญญากู้ฉบับนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยจะสันนิษฐานว่า จำเลยเป็นผู้ทำปลอมขึ้นด้วยตนเองอาจผิดความจริงได้จำเลยอาจให้ผู้อื่นเขียนปลอมก็เป็นได้ เมื่อโจทก์มิได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยสมคบกับผู้อื่นปลอมหนังสือ ฯลฯจักลงโทษจำเลยในฐานนี้ไม่ได้ส่วนข้อหาฐานเบิกความเท็จนั้นศาลทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยเพียง 6 เดือน จำเลยฎีกาคัดค้านในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ส่วนบทกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์วางมาสำหรับความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น ชอบแล้ว จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เฉพาะข้อหาฐานปลอมหนังสือเป็นให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้นี้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2501 นายไหม หรรษา โจทก์ นายทองดี ตวงวิไล จำเลย ป.อ. ป.วิ.อ.