ฎีกาที่ 273/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ จำนอง ที่ดินไว้เป็นประกันเงินกู้ แต่ทำหลักฐานทางทะเบียนเป็นการขายฝากและโจทก์คงครอบครองที่ดินมา ดังนี้ โจทก์ย่อมนำสืบว่าสัญญาขายฝากที่ทำต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นนิติกรรมอำพรางการ จำนอง ได้ ไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร อันต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 94 เพราะถ้าสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางนิติกรรม การ จำนอง ก็เป็นโมฆะเสียเปล่าใช้บังคับไม่ได้ (ฎีกา 272/2498 ป.ช.ญ.4/2498) เมื่อคู่ความยังโต้เถียงข้อเท็จจริงกันว่ามีการทำนิติกรรมอำพรางนิติกรรมที่แท้จริงไว้และยังไม่ได้ความที่จะฟังว่าเป็นไปในทางใด ศาลชั้นต้นก็สั่งงดสืบพะยานเสีย ดังนี้ศาลฎีกามีอำนาจให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ได้
ย่อยาว
คดี 2 สำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียก นายเล็กว่า โจทก์ นายกาญจน์ว่า จำเลย คดีแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ จำนอง ที่ดินมีโฉนดไว้แก่ภรรยาจำเลยเป็นประกันเงินกู้จำนวน 2,000 บาทแล้วได้กู้เพิ่มอีกรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 36,500 บาท แต่หลักฐานทางทะเบียนทำนิติกรรมอำพรางเป็นการขายฝาก ซึ่งโจทก์คงครอบครองที่ดินตลอดมา ต่อมาภรรยาจำเลยวายชนม์ จำเลยผู้รับมฤดกเรียกจำเลยไปทำหนังสือรับรองว่าเช่าที่ดินจากจำเลย จำเลยยังไม่มีเงินไพ่ จำนอง จึงยอมเซ็น ดังสำเนาท้ายฟ้องหมาย ก. ความจริงโจทก์หาได้เช่าไม่ ต่อมาโจทก์ขอไถ่ จำนอง จำเลยไม่ยอมให้ไถ่ จึงขอให้แสดงว่าการขายฝากเป็นนิติกรรมทำขึ้นเพื่ออำพรางการ จำนอง และสั่งเพิกถอนการขายฝาก ให้จำเลยรับไถ่ จำนอง จากโจทก์ จำเลยให้การและแก้ฟ้องแย้งว่า ความจริงโจทก์ขายฝากที่ดิน ไม่ได้ตกลง จำนอง เงินที่ว่ากู้เพิ่มไม่เกี่ยวกับการขายฝาก ทำสัญญาขายฝากแล้ว โจทก์คงเช่าที่ดินนั้น โจทก์ขอไถ่เมื่อพ้น 10 ปีแล้ว ย่อมหมดสิทธิไถ่คืน ฟ้องโจทก์ก็ขาดอยุความ ขอให้ยกฟ้องขับไล่โจทก์กับบริวาร และรื้อถอนเรือนกับเล้าหมูออกไปจากที่ดิน คดีหลังจำเลยฟ้องเรียกเงินที่โจทก์อ้างในสำนวนแรกว่ากู้เพิ่ม 35,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยค้างชำระถึงวันฟ้องอีก 20,100 บาท โจทก์ให้การว่าเป็นเงินกู้ราย จำนอง ในคดีแรก ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกะประเด็น 2 ข้อ คือ 1.ฟ้องโจกท์ขาดอายุความหรือมไม่ 2.สัญญาขายฝากเป็นสัญญาอันแท้จริงหรือเป็นการอำพรางสัญญา จำนอง คู่ความตกลงให้โจทก์นำสืบก่อน แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยร้องขอให้วินิจฉัยข้อกฎหมายอันจะทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 24 ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน วินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามสัญญา จำนอง โจทก์รับว่าสัญญา จำนอง ไม่ได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียน จึงเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ ต้องบังคับตามสัญญาขายฝาก หนี้ที่จำเลยฟ้อง ไม่ใช่หนี้อันเนื่องมาจากการ จำนอง พิพากษายกฟ้อง, ขับไล่โจทก์พร้อมด้วยบริวาร และให้รื้อถอนเรือนกับเล้าหมูไปจากที่ดิน กับให้ใช้หนี้เงิน 34,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์เถียงว่าสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางการ จำนอง ที่แท้จริง จำเลยก็ยืนยันว่าตกลงขายฝากกัน จึงได้ทำสัญญาเป็นการขายฝาก หาใช่เป็นนิติกรรมอำพรางการ จำนอง ไม่ ถ้าสัญญาขายฝากที่ทำต่อเจ้าพนักงานเป็นนิติกรรมอำพรางการ จำนอง สัญญาขายฝากก็เป็นโมฆะเสียเปล่าใช้บังคับไม่ได้ โจทก์ย่อมมีสิทธินำพยานมาสืบได้ หาใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารไม่ ศาลสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายไม่++ที่จำเลยฟ้องเรียกเงินกู้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวโยงกับคดีแรก สมควรจะได้วินิจฉัยชี้ขาดในคราวเดียวกัน จึงให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานทั้งสองฝ่ายให้สิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2501 นายเล็ก วงศ์ภักดี โจทก์ นายกาญจน์ สัจจพันธุ์ จำเลย นายกาญจน์ สัจจพันธุ์ โจทก์ นายเล็ก วงศ์ภักดี จำเลย ป.พ.พ. ม. 118 , ม. 491 , ม. 714 ป.วิ.พ. ม. 24 , ม. 94 , ม. 243 , ม. 247