ฎีกาที่ 1002/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
รถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งเจ้าของให้เช่าไปใช้โดยไม่ได้เอาไปทำเป็นรถยนต์ประเภทสาธารณะ ย่อมยังคงเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลอยู่ การที่ผู้เอา ประกันภัย บอกกล่าวแก่ผู้รับ ประกันภัย เรื่องวินาศภัยที่เกิดขึ้นชักช้า นั้น หาเป็นเหตุให้ผู้รับ ประกันภัย พ้นความรับผิดจากสัญญา ประกันภัย ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับ ประกันภัย รถยนต์ของนายปรีชา ต่อมานายปรีชาได้โอนรถนั้นพร้อมทั้งกรมธรรม์ ประกันภัย ให้แก่โจทก์โดยความยินยอมของจำเลยต่อมารถยนต์หาย จำเลยไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย จึงขอให้บังคับ จำเลยรับว่าได้รับ ประกันภัย ประเภทรถส่วนบุคคลไว้จริง แต่โจทก์เอารถไปให้เช่าเป็นรถประเภทสาธารณะ ผิดสัญญา อนึ่งเมื่อรถหายโจทก์ไม่ได้แจ้งให้ทราบทันทีเป็นการผิดสัญญา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์รับโอนรถไปแล้วให้นายปรีชาเช่าไปนั้นไม่เป็นการผิดสัญญา เพราะการให้เช่ารถไปโดยไม่ปรากฏว่าได้เอารถไปทำเป็นรถสาธารณะ ไม่ทำให้รถนั้นกลายเป็นรถสาธารณะไปส่วนการแจ้งรถหายชักช้าไม่แจ้งทันทีก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้จำเลยพ้นความรับผิดตามสัญญาประกัน แต่เป็นสิทธิที่จำเลยจะเรียกร้องเอาจากโจทก์เป็นส่วนหนึ่งตามความเสียหายที่เกิดแก่จำเลย พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1002/2501 นายมานิตย์ สมประสงค์ โจทก์ บริษัทกรุงสยามประกันชีวิต จำกัด จำเลย พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ม. 4 ป.พ.พ. ม. 881