ฎีกาที่ 423/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เงินค่า ภาษี อากรขายข้าวส่งไปขายต่างประเทศเป็นหน้าที่ของผู้ส่งออกจะต้องเสียเงินค่า ภาษี อากร โจทก์ขายข้าวให้สำนักงานข้าวเพื่อส่งออกไปขายต่างประเทศการที่โจทก์ได้ออกเงินค่า ภาษี ทดรองให้สำนักงานข้าวไปก่อน และได้รับชดใช้คืนในภายหลังนั้น เงินจำนวนนี้ไม่ถือว่า เป็นรายรับที่ได้รับจากการค้า อันจะต้องคำนวณเสีย ภาษี การค้า
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 97 เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรได้ประเมิน ภาษี การค้าให้โจทก์เสีย ภาษี การค้าประจำปี 2496 เพิ่มขึ้นจากที่ได้รับชำระอีก 31,331.70 บาท และเพิ่มร้อยละ 20 อีก 6,266.34 บาท โจทก์ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่ออธิบดีกรมสรรพากร ๆ ชี้ขาดว่า โจทก์ต้องเสีย ภาษี ตามนั้นโจทก์เห็นว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและอธิบดีกรมสรรพากรไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเงินจำนวนที่ประเมินให้โจทก์เสีย ภาษี การค้าเพิ่มนั้น เป็นเงินค่า ภาษี ศุลกากรขาออกที่โจทก์ได้รับชดใช้คืนจากสำนักงานข้าวองค์การของรัฐบาล ซึ่งโจทก์ได้ชำระค่า ภาษี ศุลกากรข้าวขาออกทดรองไปก่อนในฐานะเป็นตัวแทนของสำนักงานข้าวการที่ตัวแทนได้รับเงินคืนจากตัวการไม่ใช่เป็นรายรับอันพึงต้องประเมินเสีย ภาษี การค้าตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงไม่ควรเสีย ภาษี การค้าเพิ่ม ขอให้ยกคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและอธิบดีกรมสรรพากรที่ให้โจทก์เสีย ภาษี เพิ่มนั้นเสีย จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับเงินค่าข้าวอันเกิดจากสัญญาซื้อขายเต็มตามราคาข้าวในสัญญา แม้โจทก์จะแยกใบรับเงินเป็นใบรับเงินค่าข้าวและใบรับเงินทดรองค่าอากรขาออก ก็เป็นการรับเงินค่าข้าวเต็มตามราคาที่กำหนดในสัญญา ซึ่งกรมสรรพากรถือว่า เงินที่โจทก์ได้รับชดใช้จากสำนักงานข้าวตามจำนวนและราคาในสัญญานั้น เป็นรายรับของโจทก์ที่ได้รับเนื่องจากการประกอบหรือดำเนินการค้าของโจทก์ตามประมวลรัษฎากรพ.ศ. 2481 มาตรา 78 แก้ไขมาตรา 40 พ.ศ. 2496 (ฉบับที่ 10) อนึ่ง การที่โจทก์แยกการรับเงินดังกล่าวนั้น เป็นการแยกโดยเจตนาหลีกเลี่ยง ภาษี การค้า เพราะได้แยกภายหลังที่ได้ใช้ประมวลรัษฎากร 2496 (ฉบับที่ 10) แล้ว และการชำระเงินอากรขาออกไป ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องกระทำตามสัญญาซื้อขาย จึงไม่ใช่การเป็นตัวการตัวแทน โจทก์ จำเลยอ้างเอกสารเป็นพยาน และแถลงรับเอกสารบางข้อแล้วไม่ติดใจสืบพยาน ศาลแพ่งฟังว่า โจทก์ทำการในหน้าที่ตัวแทนสำนักงานข้าว โดยออกเงินทดรองค่า ภาษี แทนสำนักงานข้าว คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและอธิบดีกรมสรรพากรจำเลยให้โจทก์เสีย ภาษี เพิ่มอีก จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษายกคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและอธิบดีกรมสรรพากร จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกามีใจความว่า โจทก์มิได้เป็นตัวแทนสำนักงาน หากแต่เป็นผู้ส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศเอง โดยซื้อข้าวจากสำนักงานข้าวจึงมีหน้าที่เสีย ภาษี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามเอกสาร จ.3, 5 และ 6 ซึ่งโจทก์จำเลยแถลงรับกันมีใจความว่า "ตามที่พ่อค้าข้าวขอให้แยกการจ่ายเงินค่าข้าวออกต่างหากจากจำนวนเงินค่าอากรขาออก ที่เขาจ่ายแทนสำนักงานข้าวไป เพื่อมิให้เป็นปัญหาในเรื่องการเสีย ภาษี การค้านั้น เห็นควรปฏิบัติตามความประสงค์เพราะสำนักงานข้าวเป็นผู้ส่งข้าวออก หน้าที่การเสีย ภาษี อากรขาออกย่อมเป็นของสำนักงานข้าวจึงไม่เป็นการสมควรให้เขาต้องเสีย ภาษี การค้าสำหรับเงินค่าอากรขาออกที่ได้จ่ายทดรองไป ฯลฯ และรัฐมนตรีเห็นชอบ" ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า สำนักงานข้าวเป็นผู้ส่งข้าวออก และโจทก์ได้ออกเงินค่า ภาษี ทดรองไปก่อนไม่มีข้อความแสดงว่า โจทก์เป็นผู้ส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศ ฉะนั้นจึงถือว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่โจทก์ทดรองค่า ภาษี ไปก่อนและได้รับชดใช้คืนมา จึงไม่ใช่เงินที่ได้รับจากการค้า จะถือเป็นรายรับอันจะต้องคำนวณเสีย ภาษี การค้าไม่ได้พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2501 บริษัทมนูญผลพาณิช จำกัด โจทก์ อธิบดีกรมสรรพากร จำเลย ป.รัษฎากร ม. 78 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม. 40