ฎีกาที่ 1199/2501
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้าทำรั้วกั้นอาณาเขตปลูกเรือนในที่ดินสาธารณะตำบลกระบี่ใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และจำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่นี้มาจากนางเฟื่อง ดังนี้ถือได้ว่า ฟ้องได้ระบุสถานที่พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ย่อยาว
ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเข้ายึดถือครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งสงวนไว้ใช้ประโยชน์ทางราชการเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ โดยจำเลยเข้าทำรั้วกั้นอาณาเขตและปลูกเรือนในที่ดินสาธารณะ ตำบลกระบี่ใหญ่ จำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองเป็นของตน โดยมิได้มีสิทธิครอบครองที่ดินนั้นมาก่อนและมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินที่โจทก์ฟ้องจากนางเฟื่อง และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะไม่ได้กล่าวว่าที่ดินตั้งอยู่ที่ไหนกว้างยาวเท่าใดทิศไหนติดอะไรและไม่ได้ทำแผนที่แสดงมา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องกันว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม และฟังข้อเท็จจริงว่าที่ที่จำเลยเข้ายึดถือครอบครองมีสภาพเป็นที่รกร้างว่างเปล่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินจำเลย บุกรุก เข้าครอบครองมีผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9, 108 ปรับ 300 บาท จำเลยฎีกาต่อมา ศาลชั้นต้นรับฎีกาข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพที่ซึ่งหาว่าจำเลยทำการ บุกรุก ไว้แล้วว่า เป็นที่ในตำบลกระบี่ใหญ่ซึ่งจำเลยเข้าไปกั้นรั้วเป็นอาณาเขตและปลูกโรงเรือนลงไปด้วยจำเลยย่อมเข้าใจข้อหาได้ดี จึงให้การต่อสู้ถูกต้องว่า ซื้อมาจากนางเฟื่องพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2501 อัยการกระบี่ โจทก์ นายเลี่ยน ตันบุตร จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม. 2 , ม. 9 , ม. 108