ฎีกาที่ 1497/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 8
พ.ศ. 2490 · ตรงจากแหล่ง
ให้คณะกรรมการมีอำนาจระบุชื่อหรือประเภทสิ่งของ และสั่งห้ามมิให้ค้ากำไรเกินควรในสิ่งของนั้นในเขตต์ท้องที่ที่อยู่ในอำนาจท้องที่ใดท้องที่หนึ่งหรือทั้งหมดและเพื่อการนี้ให้มีอำนาจสั่งการ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 17
พ.ศ. 2490 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา 8 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
ย่อสั้น
ประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรห้ามมิให้ผู้ใดนำสุกรชำแหละเข้ามาในเขตเทศบาลกรุงเทพฯ เว้นแต่การนำติดตัวเข้ามาเพื่อบริโภครวมกันไม่เกิน 4 ก.ก. โดยอ้างว่าเพื่อสวัสดิภาพของประชาชน ผู้บริโภค เพราะว่าสุกรมีชีวิตที่ส่งเข้ามาในเขตเทศบาลฯมีจำนวนเพียงพอแก่ความต้องการแล้วนั้น ดังนี้ พึงเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการค้ากำไรเกินควรตามความใน พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรพ.ศ.2490 มาตรา 8(6)(8) แต่อย่างใดเลย เพราะถ้ามีเนื้อสุกรชำแหละในเขตเทศบาลมากๆ กลับจะทำให้ราคาเนื้อสุกรชำแหละถูกลง ประกาศของคณะกรรมการฯฉบับนี้จึงเป็นการนอกเหนืออำนาจ แม้จำเลยทำการฝ่าฝืนก็เอาผิดแก่จำเลยไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจนำเนื้อสุกรชำแหละหนัก 43 ก.ก. ราคา 473 บาทจากหมู่บ้านบางซ่อนนอกเขตเทศบาลนครกรุงเทพฯ เข้ามาในเขตเทศบาลนครกรุงเทพฯ เพื่อจำหน่ายขายโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควร เจ้าพนักงานได้จับกุมเสียก่อนในขณะที่รถยนต์ซึ่งจำเลยบรรทุกเนื้อยังจอดอยู่นอกเขตห่างเขตเทศบาลกรุงเทพฯประมาณ 600 เมตร เหตุเกิดตำบลบางซื่อ อำเภอดุสิต จังหวัดพระนครขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยผิดดังข้อหา พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 17ให้ปรับจำเลย 300 บาท ลดฐานพยายามให้ลงโทษแต่เพียง 2 ใน 3 ปรับจำเลยเพียง 200 บาท ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงปรับ 100 บาท ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่คณะกรรมการฯ ออกประกาศห้ามมิให้นำสุกรชำแหละเข้ามาในเขตเทศบาล เนื่องด้วยปรากฏว่าในเขตเทศบาลมีสุกรมีชีวิตจำนวนเพียงพอกับความต้องการแล้ว สมควรที่จะควบคุมการฆ่าสุกรเพื่อสวัสดิภาพของประชาชนเพื่อบริโภคนั้น มิใช่เป็นการห้ามเพื่อป้องกันการค้ากำไรเกินควร ประกาศของคณะกรรมการฯ จึงเป็นประกาศนอกเหนือการป้องกันการค้ากำไรเกินควร เอาผิดจำเลยไม่ได้พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควร จังหวัดพระนคร ฉบับที่ 35 ท้ายฟ้องซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดนำสุกรชำแหละเข้ามาในเขตเทศบาลกรุงเทพฯ เว้นแต่การนำติดตัวเข้ามาเพื่อบริโภครวมกันไม่เกิน 4 ก.ก. ก็เพื่อสวัสดิภาพของประชาชนเพื่อบริโภค เพราะว่าสุกรมีชีวิตที่ส่งเข้ามาในเขตเทศบาลมีจำนวนเพียงพอแก่ความต้องการแล้วนั้น พึงเห็นได้ว่าเป็นเรื่องไม่เกี่ยวกับการค้ากำไรเกินควรแต่อย่างใดเลย เพราะถ้ามีเนื้อสุกรชำแหละในเขตเทศบาลมาก ๆ กลับจะทำให้ราคาเนื้อสุกรชำแหละถูกลงการอ้างว่าเพื่อสวัสดิภาพของประชาชน ผู้บริโภค นอกจากไม่ใช่เป็นเหตุจะป้องกันการค้ากำไรเกินควรแล้ว กลับอนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อการบริโภคได้คนละไม่เกิน 4 ก.ก. อีก เห็นว่าประกาศของคณะกรรมการฯ ฉบับนี้เป็นการนอกเหนืออำนาจตามความในพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 แม้จำเลยทำการฝ่าฝืนจักเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาโจทก์ โดยพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2500 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสนธิ หิตะศิริ จำเลย พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 ม. 8 (6) , ม. 8 (8)