ฎีกาที่ 1387/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
วัดเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเจ้าอาวาสมีสิทธิฟ้องคดีในนามของวัดได้ และมีอำนาจมอบให้ผู้อื่นเป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งแทนตนได้ พยานลงชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม ต่อมาอีก 3 วันผู้ทำพินัยกรรมจึงได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือของตนต่อหน้าพยานชุดเดิมพินัยกรรมนั้นถูกต้องตาม มาตรา 1656 โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของวัดซึ่งแต่แรกตกอยู่ที่เจ้าอาวาสองค์เก่าซึ่งมรณภาพไปแล้ว และอ้างว่าบัดนี้จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีอำนาจ คดีย่อมไม่มีปัญหาเรื่องอายุความ มรดก
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าวัดน้อยแสงจันทร์มีทรัพย์สมบัติหลายอย่างเป็นของสงฆ์ตามบัญชีหมาย ก.ท้ายฟ้อง จำเลยทั้งสี่ได้เอาทรัพย์ทั้งหมดตามบัญชีดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่มีอำนาจ โจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการวัดจากพระภิกษุรักษ์ให้เป็นผู้แทนเจ้าอาวาสวัดนี้ ขอบังคับให้จำเลยคืนทรัพย์ดังกล่าว ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา จำเลยต่อสู้ว่า 1. ฟ้องเคลือบคลุม 2. โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง 3. ทรัพย์บางอย่างเป็นของส่วนตัวพระครูพูลเจ้าอาวาสองค์เก่าได้ทำพินัยกรรมมอบให้จำเลยโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 4. ทรัพย์ที่ฟ้องบางอย่างไม่มี ศาลชั้นต้นฟังว่า พินัยกรรมทำถูกต้องตามกฎหมาย พิพากษาให้จำเลยคืนทรัพย์บางอย่างที่เป็นของวัดให้โจทก์ ส่วนทรัพย์ที่มิใช่ของพระครูพูล พินัยกรรมไม่มีผลบังคับ โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้รายการทรัพย์บางรายการที่ให้คืนโจทก์บางรายการให้คืนจำเลย โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า วัดน้อยแสงจันทร์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและพระภิกษุรักษ์ในฐานะเจ้าอาวาสมีสิทธิฟ้องคดีในนามของวัดได้ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 พระภิกษุรักษ์จึงมีอำนาจมอบให้นายแม้น จันทร์ไทยเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนตนได้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 เกี่ยวกับพินัยกรรม ศาลฎีกาเห็นว่า พยานลงชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม ต่อมาภายหลัง 3 วันผู้ทำพินัยกรรมจึงได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือของตนในพินัยกรรมต่อหน้าพยานชุดเดิมนั้นเองเป็นพินัยกรรมที่ถูกต้องเข้าเกณฑ์ครบถ้วนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 เกี่ยวกับอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกทรัพย์ มรดก ของพระภิกษุพูล แต่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ที่โจทก์ว่าเป็นของวัดน้อยฯ ซึ่งแต่แรกตกอยู่ที่พระภิกษุพูลซึ่งมรณภาพไปแล้วและอ้างว่าบัดนี้จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีอำนาจ คดีจึงไม่มีปัญหาเรื่องขาดอายุความ มรดก ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงแล้ว พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยคืนทรัพย์บางอย่างที่เป็นของวัดน้อยฯ ให้แก่โจทก์ บางอย่างที่เป็นของพระภิกษุพูลนั้น จำเลยไม่ต้องคืนโจทก์ และบางอย่างก็เป็นของนางทองคำคนนอกคดี เป็นเรื่องที่จำเลยกับนางทองคำจะจัดการกันเอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1387/2500 นายแม้น จันทร์ไทย (ในฐานะกรรมการและผู้แทน โจทก์ พระภิกษุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดน้อยแสงจันทร์ โจทก์ นายอยู่ แก้วมงคล กับพวกรวม 4 คน จำเลย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม. 43 (1) ป.วิ.พ. ม. 60 ป.พ.พ. ม. 1656 , ม. 1754