ฎีกาที่ 1972/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อจำเลยมีชื่อในโฉนด ที่ดิน ในฐานะตัวแทนเท่านั้นจำเลยจึงไม่มีฐานะอะไรที่จะยกเอาอายุความขึ้นอ้างเพื่อจะเอา ที่ดิน เป็นของตนเสียได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นน้องนางทองพูน ภริยาโจทก์ จำเลยกับภริยาโจทก์สมคบกันปิดบังซ่อนเร้นทรัพย์สินบริคณห์ โดยภริยาโจทก์เป็นผู้ซื้อ ที่ดิน และตึกถนนรองเมือง อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนครโฉนดเลขที่ 3998 และทำนิติกรรมอำพรางลงชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน นั้น ซึ่งที่แท้ไม่ใช่ของจำเลย ที่ดิน พิพาทได้มาระหว่างโจทก์กับนางทองพูนเป็นสามีภริยากัน จึงเป็นสินบริคณห์ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับนางทองพูนให้จำเลยโอนโฉนด ที่ดิน นั้นมาลงชื่อโจทก์และนางทองพูน หากจำเลยไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลสั่งให้หอทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ดังกล่าว จำเลยต่อสู้ว่า นางอุบลมารดาจำเลยเป็นผู้ซื้อแล้วโอนมาให้จำเลย ที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย และตัดฟ้องว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลแพ่งพิพากษาว่าที่พิพาทไม่ใช่ของจำเลย เป็นของนางทองพูนซื้อมาในระหว่างเป็นสามีภริยากับโจทก์ จึงเป็นสินบริคณห์ พิพากษาว่า ที่ดิน โฉนดที่ 3998 เป็นสินบริคณห์ ถ้าจำเลยไม่โอน ให้ถือคำพิพากษาของศาลสั่งหอทะเบียน ที่ดิน โอนกรรมสิทธิ์ ฯลฯ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นว่า ที่พิพาทไม่ใช่เป็นของจำเลย เป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับนางทองพูน จำเลยมีชื่อในโฉนดในฐานะตัวแทน จึงไม่มีฐานะอะไรที่จะยกเอาอายุความขึ้นอ้างเพื่อจะเอา ที่ดิน เป็นของตนเสียได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2500 นายวิรัช พึ่งสุนทร โจทก์ นายเจริญ กุลธรรม จำเลย ป.พ.พ. ม. 797 , ม. 810