ฎีกาที่ 1805/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อเจ้าหนี้ได้ยอมปลดหนี้ตามส่วนของผู้ ค้ำประกัน ลูกหนี้แล้ว หนี้ที่ผู้ ค้ำประกัน จะพึงต้องชำระก็ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกร้องเอาแก่ผู้ ค้ำประกัน ร่วมกันอีกคนหนึ่งเกินกว่าที่ต้องรับผิดไม่ได้ ผู้ ค้ำประกัน ร่วมคนหนึ่งซึ่งยอมชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ไปเกินกว่าส่วนที่ตนต้องรับผิดนั้น ไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากผู้ ค้ำประกัน ร่วมคนอื่นผู้ซึ่งเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้แล้ว
ย่อยาว
คดีได้ความว่าเดิมนายโข่เจ้าหนี้ได้ฟ้องนายรัตน์ลูกหนี้และโจทก์จำเลยผู้ ค้ำประกัน เรียกเงินตามสัญญากู้ทุนทรัพย์ 4,473 บาทตามสำนวนแพ่งเลขแดงที่ 126/2498 ของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ศาลพิพากษาให้นายรัตน์ลูกหนี้ชำระเงิน 4,260 บาท กับดอกเบี้ยให้นายโข่ต่อมาโจทก์ชำระเงินให้นายโข่ 2,000 บาท ยังไม่หมดหนี้ นายโข่จึงฟ้องนายสอนโจทก์ฐานผิดสัญญา ค้ำประกัน ให้ชำระเงิน 2,886 บาท ตามสำนวนแพ่งเลขแดงที่ 174/2498 ของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ประนีประนอมยอมความชำระเงินให้นายโข่พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมเป็นเงิน 2,999 บาทแล้ว โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นผู้ ค้ำประกัน ร่วมกับโจทก์ใช้เงินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 2,495 บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ให้นายโข่ 2 ครั้งเป็นเงิน4,886 บาท จำเลยต้องรับผิดครึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 683, 684 พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 2,443 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่านายโข่เจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้แก่จำเลยในฐานะผู้ ค้ำประกัน แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้นายโข่ย่อมหมดสิทธิเรียกร้องตามส่วนที่ได้ปลดหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นั้นด้วย หามีสิทธิเรียกร้องจากโจทก์ลูกหนี้ที่ไม่ได้รับการปลดหนี้เต็มจำนวนหนี้ไม่ และโจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเอากับจำเลยในส่วนที่จำเลย ค้ำประกัน และโจทก์ได้ชำระหนี้ให้นายโข่ไป เป็นเรื่องที่โจทก์จะไปว่ากล่าวเอากับเจ้าหนี้ พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่าจำเลยยื่นฟ้องอุทธรณ์โดยมิได้นำเงินซึ่งต้องใช้โจทก์มาวางศาลพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 และว่านายโข่ยังไม่ได้ปลดหนี้ในฐานะผู้ ค้ำประกัน นายรัตน์ให้แก่จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้จำเลยได้วางเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาพร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ จึงเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่คัดค้านว่านายโข่เจ้าหนี้ยังไม่ได้ปลดหนี้ในฐานะผู้ ค้ำประกัน นายรัตน์ให้แก่จำเลย ได้ความชัดเจนว่านายโข่เจ้าหนี้ได้ยอมปลดหนี้ให้แก่จำเลยดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว เมื่อเป็นดังนี้ หนี้ที่จำเลยเป็นผู้ ค้ำประกัน นายรัตน์ไว้ก็ตกเป็นพับแก่นายโข่เจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 นายโข่จะเรียกร้องเอาแก่จำเลยไม่ได้ ส่วนโจทก์ก็ต้องรับผิดต่อนายโข่เพียงส่วนของตน การที่โจทก์ได้ชำระหนี้ให้แก่นายโข่เกินกว่าส่วนของโจทก์ซึ่งต้องรับผิด หามีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเอาจากจำเลยไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1805/2500 นายสอน ศรีเนตร โจทก์ นายสา ศรีนะพรหม จำเลย ป.พ.พ. ม. 296 , ม. 340 ป.วิ.พ. ม. 229