ฎีกาที่ 1544/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ ค้ำประกัน เพื่อให้มั่นคงยิ่งขึ้นโจทก์ให้จำเลยที่ 3 ค้ำประกัน หนี้รายนี้ด้วย โดยโจทก์จำเลยที่ 3 มุ่งเอาสัญญาขายฝากบ้านเรือนของจำเลยที่ 3 เป็นสัญญา ค้ำประกัน หนี้รายนี้ จำเลยที่ 3 จึงทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้จะไปทำสัญญาขายฝากอีกทีหนึ่ง และได้มอบหนังสือมอบอำนาจนี้กับเอกสารสำหรับบ้านเรือนของจำเลยที่ 3 ที่จะขายฝากไว้กับโจทก์ เพียงเท่านี้หาใช่สัญญา ค้ำประกัน ที่จะบังคับจำเลยที่ 3 ตามที่โจทก์ฎีกาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ทำหนังสือกู้เงินโจทก์ไป 15,000 บาทจำเลยที่ 2 ทำหนังสือสัญญา ค้ำประกัน เงินกู้นั้น จำเลยที่ 3 ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปทำนิติกรรมขายฝากบ้านเรือนที่จำเลยอาศัยเป็นประกันเงินกู้นั้นอีกชั้นหนึ่ง บัดนี้จำเลยทั้ง 3 ผิดนัดจึงขอให้บังคับจำเลยทั้ง 3 ใช้ต้นเงินดอกเบี้ยรวม 16,560 บาท 80 สตางค์ให้โจทก์และใช้ดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ 1 ให้การรับว่าได้กู้เงินโจทก์ไปตามฟ้องจริงแต่การค้าไม่ดี ขอผ่อนชำระ จำเลยที่ 2 ให้การภาคเสธรับว่าได้เซ็นสัญญารับประกันเงินกู้รายนี้จริง แต่จำเลยที่ 2 เป็นหญิงมีสามีโจทก์ก็ทราบ และสามีจำเลยที่ 2 มิได้ให้ความยินยอมด้วย สัญญา ค้ำประกัน จึงเป็นโมฆะ จำเลยที่ 3 ให้การภาคเสธต่อสู้ว่า จำเลยที่ 2 ยังมิได้ไปทำหนังสือสัญญาขายฝากตามหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยที่ 3 มอบให้โจทก์ยึดถือไว้ จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดชอบ ศาลแพ่งสอบถามข้อความบางประการ แล้วโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ต้นเงิน 15,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำสัญญากู้ยืมไปจนชำระเสร็จถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ใช้ก็ให้จำเลยที่ 2 ใช้แทน คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 3 นั้นศาลแพ่งเห็นว่าจำเลยที่ 3 เป็นแต่ตั้งใจขายฝากบ้านเรือนเพื่อประกันหนี้เท่านั้น จำเลยที่ 3 ยังมิได้เข้าไปผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ ในเมื่อ จำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้โจทก์ เมื่อยังไม่มีการทำสัญญาขายฝากเพื่อประกันหนี้ตามหนังสือมอบอำนาจแล้ว จะให้จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดในหนี้รายนี้ด้วยหาได้ไม่ ศาลแพ่งพิพากษาให้ยกฟ้องเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 เสีย โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีคงถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ทำสัญญา ค้ำประกัน ให้โจทก์ตามกฎหมายแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 3 เพียงแต่ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปทำสัญญาขายฝากบ้านเรือนเพื่อเป็นประกันเงินกู้อีกชั้นหนึ่งเท่านั้นและยังมิได้ทำสัญญาขายฝากกันตามใบมอบอำนาจจะฟังว่าจำเลยที่ 3 เข้าผูกพันเป็นผู้ ค้ำประกัน เงินกู้รายนี้ด้วยยังไม่ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าวย่อมเห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 3 มุ่งเอาการขายฝากบ้านเรือนนั้นเองเป็นสัญญา ค้ำประกัน หนี้รายนี้ โดยจำเลยที่ 3 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจและมอบเอกสารสำหรับบ้านเรือนที่จะขายฝากให้ไว้ ก็เป็นเพียงจำเลยที่ 3 แสดงเจตนาที่จะทำสัญญา ค้ำประกัน ให้โจทก์เท่านั้นดังนี้หาใช่เป็นตัวสัญญา ค้ำประกัน ดังที่โจทก์ฎีกาไม่คดีไม่มีทางที่โจทก์จะชนะจำเลยที่ 3 ได้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1544/2500 นายอุดม ผันศรีผ่อง โจทก์ น.ส.เซาะเจ็ง แซ่ตั้ง ที่ 1 นางซิ้วเอ็ง แซ่คู ที่ 2 จำเลย นายโจ้งเกี๊ยก แซ่ตั้ง ที่ 3 จำเลย ป.พ.พ. ม. 680