ฎีกาที่ 1945/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 55
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำความผิด ฐานประทุษฐร้ายต่อทรัพย์สมบัติตามที่กล่าวไว้ตั้งแต่มาตรา 288 จนถึงมาตรา 290 ก็ดี ตั้งแต่มาตรา 305 จนถึงมาตรา 323 ก็ดี ตั้งแต่มาตรา 325 จนถึงมาตรา 329 ก็ดี แลในมาตร...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 60
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดพยายามจะกระทำความผิด แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของมันจะป้องกันได้ มาขัดขวางมิให้กระทำลงได้ไซร้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แบ่งเป็นสามส่วน ให้ลดอาญา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 256
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำประทุษฐร้ายแก่ร่างกาย จนมีผลถึงสาหัสแก่ผู้ถูกกระทำร้าย คือว่า (1) ถึงเสียแขนขาใช้ไม่ได้ก็ดี (2) ถึงตาบอดทั้งสองข้าง หรือแต่ข้างเดียวก็ดี (3) ถึงหูหนวกทั้งสองข้าง หรือแต่ข...
ย่อสั้น
จำเลยกับผู้เสียหายต่างรักใคร่กับหญิงคนรักคนๆ เดียวกันคนรักถูกผู้ปกครองต่อว่าเสียใจวิ่งขึ้นบนห้อง จำเลยตามขึ้นไป ผู้เสียหายตามขึ้นไปภายหลัง ถามจำเลยว่ามึงมาใหญ่โตที่นี่หรือ จำเลยยกมือไหว้ว่ามีอะไรสั่งสอนผมผมนับถือพี่พงษ์(ผู้เสียหาย)แล้วจำเลยกับผู้เสียหายใช้มือผลักกันไปมา คนรักหนีเข้าห้อง จำเลยวิ่งหนีไปอีกห้องติดๆกัน ผู้เสียหายตามเข้าไปกอดคนรักและพูดว่า"พี่อยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัว" ทันใดจำเลยอยู่หน้าประตูห้องคนรักก็ยิงผู้เสียหาย ดังนี้การกระทำของผู้เสียหายหาใช่เป็นการข่มเหงไม่ และไม่ใช่เป็นการชวนวิวาทเพราะเมื่อจำเลยหนีเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง ผู้เสียหายไม่ได้ติดตามเข้าไปหรือพูดอะไรกับจำเลยอีก ผู้เสียหายพูดว่าจำเลยในฐานเป็นผู้ใหญ่กว่า การผลักกันไปมานั้นก็ไม่หมายความว่าผู้เสียหายผลักจำเลยเป็นการชวนทำร้าย อาวุธปืนเป็นของร้ายแรง แผลที่จำเลยยิงก็อยู่ใกล้อวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย จำเลยยิงในระยะใกล้ๆ 1 วาเศษ อย่างน้อย 2 นัด และยิงเพราะความหึงหวงที่ผู้เสียหายกอดหญิงที่ตนรักใคร่ จึงส่อให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนา ฆ่า ตาม มาตรา 249 ไม่ใช่ 256
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ปืนพกลูกโม่สมิทแอนเวสสันยิง ร.ท.สุรพงษ์ 3 นัดโดยเจตนาจะ ฆ่า ให้ตาย แต่กระสุนไม่ถูกที่สำคัญ ร.ท.สุรพงษ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 249, 256, 60 ฯลฯ จำเลยต่อสู้ป้องกันตัว ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่ได้ยิงป้องกันตัวแต่เห็นว่าจำเลยกับร.ท.สุรพงษ์ไม่มีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน จำเลยไม่มีเจตนายิงให้ถึงแก่ความตาย เพราะขณะยิงจำเลยอยู่ห่างเพียงวาเศษ ถ้าตั้งใจยิงให้ตายจำเลยอาจยิงถูกที่สำคัญพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 วางโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำและผลแห่งการกระทำของจำเลยแสดงถึงเจตนาได้ และฟังว่าจำเลยเจตนา ฆ่า พิพากษาลงโทษตาม มาตรา 249, 60 จำคุก 10 ปี ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่จำเลยอ้างว่ายิงผู้เสียหายเพราะถูกข่มเหง โดยจำเลยได้เสียกับนางสาวตีระกาแล้ว ผู้เสียหายได้ประนามจำเลยต่อหน้า น.ส.ตีระกาว่า จำเลยใหญ่โตที่นี่หรือใช้มือผลักจำเลย แต่ได้ความว่าผู้เสียหายได้ตามจำเลยขึ้นไปภายหลัง ถามจำเลยว่ามึงมาใหญ่โตที่นี่หรือ จำเลยยกมือไหว้ว่ามีอะไรสั่งสอนผม ๆ นับถือพี่พงษ์ (ผู้เสียหาย) แล้วจำเลยกับผู้เสียหายใช้มือผลักกันไปมา น.ส.ตีระกาหนีเข้าห้อง จำเลยวิ่งหนีไปอีกห้องหนึ่งติด ๆ กันผู้เสียหายเข้าตามไปกอด น.ส.ตีระกาและพูดว่า "พี่อยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัว" ทันใดจำเลยอยู่หน้าประตูห้อง น.ส.ตีระกาก็ยิงผู้เสียหาย การกระทำของผู้เสียหายหาใช่เป็นการข่มเหงไม่และไม่ใช่เป็นการชวนวิวาทเพราะเมื่อจำเลยหนีเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง ผู้เสียหายไม่ได้ติดตามเข้าไปหรือพูดอะไรกับจำเลยอีกผู้เสียหายพูดว่าจำเลยในฐานเป็นผู้ใหญ่กว่า การผลักกันไปผลักกันมาไม่หมายความว่า ผู้เสียหายผลักจำเลยเป็นการชวนทำร้าย อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรง แผลที่จำเลยยิงก็อยู่ใกล้อวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย จำเลยยิงในระยะใกล้ ๆ 1 วาเศษ อย่างน้อย2 นัด และยิงเพราะความหึงหวงที่ผู้เสียหายกอดหญิงที่ตนรักใคร่ส่อให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนา ฆ่า พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1945/2500 อัยการกรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจสมัครบุญมี อุดมรุ่งเรือง จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 55 , ม. 249 , ม. 256