ฎีกาที่ 1689/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยกับพวกได้สมคบกันมีอาวุธปืนและไม้ฆ้อนเป็นศาสตราวุธตียิงทำร้ายร่างกายนายกุ่นและนายมาเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์แล้วจำเลยกับพวกได้ปล้นเอาทรัพย์ของนายกุ่นนายมาไป ฯลฯ นายกุ่นได้ถึงแก่ความตามโดยพิษบาดแผลที่ถูกทำร้าย ฯลฯ ดังนี้เห็นได้ชัดว่าฟ้องโจทก์บรรยายถึงแต่เรื่องปล้นทรัพย์และเจ้าทรัพย์ถูกทำร้ายมีบาดเจ็บสาหัสและถึงตาย มิได้ระบุว่าจำเลยมีเจตนา ฆ่า เจ้าทรัพย์เลย จะอ้างว่าโจทก์ได้ใส่หัวเรื่องในข้อหาฐานความผิดว่าสมคบกันทำการปล้นทรัพย์และ ฆ่า คนตายโดยเจตนามาประกอบฟ้องให้เข้าเกณฑ์ความผิดตาม ม.250 ก็ไม่ได้ เพราะว่าหัวเรื่องนั้นไม่เรียกว่าบรรยายคำฟ้อง ดังนี้แม้โจทก์จะอ้างบทมาตรา 250 มาด้วยก็ดี ก็ลงโทษจำเลยตาม ม.250 ไม่ได้เพราะว่าจำเลยเข้าใจข้อหาแต่เพียงว่าการปล้นทรัพย์ของจำเลยได้ทำให้เจ้าทรัพย์มีบาดเจ็บสาหัส เมื่อไม่ปรากฎในสำนวนเลยว่าจำเลยเป็นคนๆเดียวกับในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ทั้งไม่ปรากฎว่าได้ต้องโทษอยู่ในคดีดังกล่าว และจำเลยก็มิได้ให้การรับ ดังนี้จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกที่หลบหนีมีอาวุธปืนและไม้ฆ้อนเป็นอาวุธ สมคบกันทำการปล้นทรัพย์นายกุ่นและนายมา โดยใช้ไม้ตีและใช้ปืนยิงนายกุ่น นายมา กระสุนปืนถูกนายกุ่นและนายมาเป็นบาดเจ็บสาหัส โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์ แล้วปล้นเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ ทั้ง 2 ไป นายกุ่นได้ถึงแก่ความตายโดยพิษบาดแผลที่ถูกทำร้ายในเวลานั้นเอง ขอให้ลงโทษตามมาตรา 249,250,301,63 ฯลฯ จำเลยที่ 5 เป็๋นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่2 ในคดีดำที่ 1489/2497 และคดีดำที่ 1488/2497 ของศาลชั้นต้น ขอให้นับโทษต่อด้วย จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 250,301,63 และแก้ไข มาตรา 7 ฯลฯ ให้นับโทษต่อด้วย จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 250,301,63และแก้ไข มาตรา 7 ฯลฯ ให้นับโทษจำเลยที่ 5 ต่อคดีดำที่ 1498/2497 คดีแดงที่ 1133/2498 จำเลยทุกคนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.301 วรรคสุดท้ายประกอบด้วยมาตรา 63 ฯลฯ และไม่ไห้นับโทษจำเลยที่ 5 ต่อจากคดีที่โจทก์ขอ ฯลฯ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา 250 และนับโทษจำเลยที่ 5 ต่อโทษคดีอาญาแดงที่ 1133/2498 คดีอาญาดำที่ 1489/2497 ศาลฎีกาเห็นว่าการฟ้องคดีอาญานั้น ป.วิ.อาญา มาตรา 158(5) กำหนดว่า โจทก์จะต้องบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องมีใจความว่าจำเลยกับพวกได้สมคบกันมีอาวุธปืนและฆ้อนเป็นสาตราวุธ ตี ยิงทำร้ายร่างกายนายกุ่นและนายมาเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์ แล้วจำเลยกับพวกได้ปล้นเอาทรัพย์ของนายกุ่น นายมาไป ฯลฯ นายกุ่นได้ถึงแก่ความตายโดยพิษบาดแผลที่ถูกทำร้าย ฯลฯ ดังนี้จะเห็นได้ชัดว่า ฟ้องโจทก์บรรยายถึงแต่เรื่องปล้นทรัพย์และเจ้าทรัพย์ถูกทำร้ายมีบาดเจ็บสาหัสและถึงตาย มิได้ระบุว่าจำเลยมีเจตนา ฆ่า เจ้าทรัพย์เลย โจทก์คัดค้านว่าโจทก์ได้ใส่หัวเรื่องในข้อหาฐานความผิดว่าสมคบกันทำการปล้นทรพัย์และ ฆ่า คนตายโดยเจตนานั้น ไม่เรียกว่าบรรยายคำฟ้อง เมื่อไม่มีคำฟ้องบรรยายโดยชัดแจ้งเช่นนี้ แม้โจทก์จะอ้างบทมาตรา 250 มาก็ดี แสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ศาลลงโทษในฐานอันเป็นอุกฤตโทษ จำเลยเข้าใจข้อหาแต่เพียงว่า การปล้นทรัพย์ของจำเลยได้ทำให้เจ้าทรัพย์มีบาดเจ็บสาหัส อนึ่ง ไม่ปรากฎในสำนวนเลยว่า จำเลยเป็นคนๆเดียวกับในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ทั้งไม่ปรากฎว่าได้ต้องโทษอยู่ในคดีดังกล่าว และจำเลยก็มีได้ให้การรับ จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 611/2493 พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2500 อัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายพุฒ เพิ่มทอง ที่ 1,นายสุข เผ่าศรีไชย(อายุ 19 ปี) ที่2, นายสี คงเย็น(อายุ 20 ปี) ที่3, นายธง เผ่าศรีไชย ที่ 4, นายศรีนวล สุวรรณ์ ที่ 5 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) กฎหมายลักษณะอาญา ม. 250 , ม. 301