ฎีกาที่ 1981/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 131
พ.ศ. 2484 · effective_date
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่จัดซื้อ หรือทำ หรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแลมันยักยอกเอาทรัพย์สิ่งนั้น ๆ ไปเป็นของมันเสียก็ดี...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 230
พ.ศ. 2478 · effective_date
ผู้ใดเปนเจ้าพนักงาน มีตำแหน่งหน้าที่ที่จะทำหนังสือราชการ หรือจดทะเบียนบาญชี แลข้อความที่เปนหลักถานอย่างใดใด แลมันบังอาจเอาเนื้อความซึ่งมันรู้อยู่ว่าเปนความเท็จ มาจดลงว่าเปนความจริง...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 319
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้ในเหตุเหล่านี้ คือ (1) โดยฐานมันเป็นเสมียน หรือเป็นคนใช้ของผู้ที่มอบทรัพย์นั้น ก็ดี (2) โดยฐานมันเป็นผู้จัดการทรัพย์สมบัติของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล หรือต...
ย่อสั้น
ผู้ควบคุมการไฟฟ้าเทศบาลได้มอบหมายให้จำเลยซึ่งเป็นช่างสายให้ช่วยเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้าด้วย เช่นนี้ถือว่า ในเรื่องการเก็บเงินดังที่ได้รับมอบหมายถือว่าเป็นหน้าที่ ฉะนั้นเมื่อจำเลย ยักยอก เอาเงินนั้นไปก็ฟ้องจำเลยได้โดยไม่ต้องมอบอำนาจให้ฟ้อง เมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญาแทนกฎหมายลักษณะอาญาความผิดที่จำเลยถูกฟ้อง(ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ยักยอก ) เป็นความผิดอันยอมกันได้และต้องร้องทุกข์ก่อน ตาม มาตรา 356,96 ก็ไม่มีผลย้อนหลังกระทบกระทั่งการฟ้องคดีที่ได้ดำเนินมาโดยชอบแล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นพนักงานเทศบาลอยู่แผนกการไฟฟ้าของเทศบาลฉะเชิงเทรา นายแก้วจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานมิเตอร์มีหน้าที่เขียนใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้าเก็บรักษาและจำหน่ายใบรับเงินแก่พนักงานเก็บเงิน ทำทะเบียนบัญชีผู้ใช้ไฟฟ้า และบิลค่ากระแสไฟฟ้านายอยู่ จำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้าช่างสายมีหน้าที่ติดตั้งและเดินไฟฟ้า และจำเลยทั้งสองได้รับคำสั่งให้มีหน้าที่เป็นพนักงานเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้าอีกตำแหน่งด้วย จำเลยได้บังอาจทำผิดกฎหมายกล่าวคือ ก. เมื่อระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม 2496 ถึง 30 เมษายน 2497เวลากลางวัน จำเลยที่ 2 ได้รับบิล 31 ฉบับรวมจำนวนเงิน 1,017.45บาท ดังปรากฏตามบัญชีรายละเอียดท้ายฟ้องจากจำเลยที่ 1 ไปเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้าจากผู้มีชื่อหลายคนปรากฏตามบัญชีท้ายฟ้อง แล้วในระหว่างวันดังกล่าวเวลาใดไม่ปรากฏ จำเลยทั้งสองบังอาจสมคบกัน ยักยอก เงินดังกล่าวไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ไม่นำส่ง ข. ในระหว่างวันดังกล่าวใน (ก) เวลาใดไม่ปรากฏ จำเลยที่ 1บังอาจนำตัวเลขจำนวนเงินซึ่งเก็บมาแล้วทั้ง 31 ฉบับไปลงบัญชีว่าค้างชำระ เพื่อแสดงว่าบิลยังเก็บไม่ได้ อันเป็นเท็จโดยรู้ จึงขอให้ศาลลงโทษ นายแก้วให้การรับสารภาพ นายอยู่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ลงโทษนายแก้วตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 230, 319(3) ประกอบด้วยมาตรา 59 จำคุก1 ปี 6 เดือน นายอยู่ผิดตาม มาตรา 319(3) ให้จำคุก 6 เดือน ให้ใช้ทรัพย์ด้วย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายไพโรจน์ผู้รับมอบหมายให้ควบคุมกิจการแผนกไฟฟ้าสั่งให้จำเลยที่ 2 กระทำหน้าที่ช่วยเก็บค่ากระแสไฟอีกอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 2 จึงมีหน้าที่ในการนี้ด้วย ส่วนการที่จะเก็บเมื่อไร กล่าวคือ เมื่อว่างจึงจะได้ไปเก็บนั้นไม่ใช่ข้อสำคัญ เมื่อยังไม่เก็บก็ยังไม่ใช่หน้าที่ไปเก็บเมื่อใดก็ได้ชื่อว่าทำหน้าที่เมื่อนั้น ฉะนั้นถ้าจำเลยที่ 2 ได้ ยักยอก เอาเงินที่เก็บได้นั้นเสียก็เข้าข่ายในความผิดฐาน ยักยอก โดยมีหน้าที่ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 319(3) และ 320 ซึ่งกำหนดว่าเป็นความอาญาแผ่นดิน จึงไม่ต้องมีการร้องทุกข์ในคราวยื่นฟ้อง แม้ต่อมาเมื่อบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาแทนที่กฎหมายลักษณะอาญา ความผิดเช่นนี้ถือว่า เป็นความผิดอันยอมกันได้ ต้องร้องทุกข์ก่อนตามมาตรา 356 และ 96 ก็ไม่มีผลย้อนหลังถึงการฟ้องคดีที่ได้ดำเนินมาโดยชอบแล้ว จึงให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2500 อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายแก้ว วิงวอน นายหยู่ ยิ่งเจริญ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 319 (3) , ม. 320 ป.อ. ม. 3 , ม. 356 , ม. 96