ฎีกาที่ 827/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 60
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดพยายามจะกระทำความผิด แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของมันจะป้องกันได้ มาขัดขวางมิให้กระทำลงได้ไซร้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แบ่งเป็นสามส่วน ให้ลดอาญา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 73
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดไม่เข็ดหลาบ แลมันกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจำแนกไว้ในมาตรานี้ ขึ้นอีกภายในสามปี ท่านว่ามันต้องรวางโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดที่มันกระทำครั้งหลังนั้น ทั้งเพิ่ม...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 298
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดลักทรัพย์ ด้วยใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น หรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายเขา เพื่อเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด คือ (1) เพื่อประโยชน์ที่จะตระเตรียมการ หรือให้เป็นความสะดวกในการที่มันจะลักทรัพย์ ก็ดี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 299
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าการชิงทรัพย์นั้น ประกอบด้วยความฉกรรจ์อย่างหนึ่งอย่างใด เช่นว่าไว้ในมาตรา 293 แลมาตรา 295 ท่านว่ามันผู้กระทำผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปจนถึงสิบปี แลให้ปรับตั้งแต่ร้อยบ...
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอให้กักกันจำเลยในฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายโดยจำเลยเคยทำผิดต้องโทษจำคุกอันมิใช่ประมาทหรือลหุโทษมา 4 ครั้ง และมาทำผิดฐาน ชิงทรัพย์ อีกโจทก์จึงฟ้องขอให้กักกันจำเลยฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายเมื่อคดีมาสู่ศาลฎีกาเมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้วศาลฎีกาเห็นว่าการลงโทษผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479นั้น มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ศาลฎีกาจึงยกบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาอันมีมาตรา 43,41 เป็นต้นมาใช้แทนและชี้ว่าตาม มาตรา43 โจทก์มีอำนาจแยกฟ้องได้แต่ตาม มาตรา 41 จะลงโทษกักกันได้ต่อเมื่อจำเลยเคยต้องโทษกักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกมาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนไม่น้อยกว่า 2 ครั้งและมาทำผิด จำเลยนี้เคยต้องโทษเกิน 6เดือนครั้งเดียว จึงยังฟ้องให้ลงโทษกักกันจำเลยไม่ได้ ให้ยกฟ้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเคยต้องโทษให้จำคุกมาแล้วรวม 4 ครั้งตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง ซึ่งไม่ใช่โทษฐานประมาทหรือลหุโทษครั้นวันที่ 7 สิงหาคม 2498 เวลากลางคืนจำเลยได้บังอาจ ชิงทรัพย์ นายสำเริง โลจายะ และถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีอาญา ณ ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ๆ ตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298, 299, 249, 60, 73 และ 59 ให้จำคุก 10 ปี ตามสำนวนคดีอาญาแดงที่ 494/2498 นับว่าจำเลยเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย โจทก์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ม. 8 และ 9 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 8 ให้กักกันจำเลยตามมาตรา 9 มีกำหนด 4 ปี เมื่อพ้นโทษจากคดีแดงที่ 494/2498 จำเลยอุทธรณ์ว่ายังไม่ควรรับโทษกักกัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์จะฟ้องแยกคดีขอให้ลงโทษกักกันจำเลยมาเป็นเอกเทศโดยมิรอให้คดีที่จำเลยทำผิดอันเป็นเหตุร้ายถึงที่สุดเสียก่อนนั้นไม่ได้ เพราะสิทธิแห่งการฟ้องร้องของโจทก์ยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าคดีเรื่องเหตุร้ายถึงที่สุดก่อน จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ผู้พิพากษานายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องให้กักกันจำเลยแล้ว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 43 โจทก์แยกฟ้องได้ แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 จะลงโทษกักกันจำเลยได้จำเลยต้องเคยต้องโทษกักกันมาแล้ว หรือเคยต้องโทษมา 6 เดือนไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง จำเลยนี้เคยต้องโทษเกิน 6 เดือนครั้งเดียว จึงยังลงโทษจำเลยไม่ได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2500 อัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายสงบ ฟุ้งกระจาย จำเลย พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม. 8 , ม. 9 ป.อ. ม. 43 , ม. 41