ฎีกาที่ 1844/2499
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การที่มียุ้งเก็บข้าวเปลือกซึ่งเก็บได้จากค่า เช่า บ้างปลูกขึ้นเองบ้างแล้วขายไปเช่นนี้หาเรียกว่ายุ้งข้าวนั้นเป็นที่ไว้สินค้าไม่ ฉะนั้นย่อมได้รับความยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตาม มาตรา 3 แห่ง พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2475
ย่อยาว
คดีนี้มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่ายุ้งข้าวที่โจทก์เก็บข้าวเปลือกซึ่งเก็บได้จากค่า เช่า บ้างปลูกเองบ้างปีละ 300-400 เกวียนที่เหลือจากบริโภคก็ขายไปทุกปี เช่นนี้จะถือว่ายุ้งข้าวนี้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉ้ยต้องกันว่ายุ้งข้าวนั้นเป็นไว้สินค้า ซึ่งไม่ได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีโรงเรือน พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่าสินค้านั้นคือทรัพย์ของผู้ประกอบกิจการค้าเป็นปกติธุระในอาชีพนั้น ๆ คือซื้อมาแล้วขายไป หาใช่ว่ามีสิ่งของแล้วขายไปจะเรียกว่าทำการค้า สินค้าหรือใช้สถานที่นั้นเป็นที่ไว้สินค้าได้ไม่ ฉะนั้นการที่โจทก์มียุ้งเก็บข้าวเปลือกค่า เช่า บ้าง ปลูกขึ้นเองบ้างแล้วขายไป ไม่เรียกว่ายุ้งข้าวนั้นเป็นที่ไว้สินค้า จึงได้รับความยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2475 จึงพิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีซึ่งเรียกเก็บไป 55 บาทแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1844/2499 นายจรูญ บริบูรณ์ โจทก์ เทศบาลเมืองพนัสนิคม ที่ 1 นายจันทร์ พรมศิริ ที่ 2 จำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475