ฎีกาที่ 1750/2499
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 60
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดพยายามจะกระทำความผิด แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของมันจะป้องกันได้ มาขัดขวางมิให้กระทำลงได้ไซร้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แบ่งเป็นสามส่วน ให้ลดอาญา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 31
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ของที่ต้องเสียค่าภาษี หรือที่ต้องจำกัด หรือต้องห้ามนั้น ผู้ใดนำ หรือยอมให้ผู้อื่นนำ หรือเกี่ยวข้องในการนำลงใน หรือออกจากเรือลำใดในทะเล หรือในแม่น้ำลำคลอง ซึ่งอาจเป็นทางแก่...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 32
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 32 เรือชนิดใด ๆ อันมีระวางบรรทุกไม่เกินสองร้อยห้าสิบตัน รถ เกวียน ยานพาหนะ หีบห่อ หรือภาชนะใด ๆ หากได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการย้าย ซ่อนเร้น หรือขนของที่มิได้เสียค่าภาษีหรือท...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 45
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 45 ก่อนที่จะส่งของใด ๆ ออกนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งของออกต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร กับต้องยื่นใบขนสินค้าโดยถูกต้อง และเส...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 6
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 6 ผู้นำจับมีสิทธิได้รับสินบน และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับรางวัล
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 8
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 ให้จ่ายสินบนร้อยละสามสิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางหรือค่าปรับ ในกรณีที่ไม่มีผู้นำจับ ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 9
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 9 ในการยื่นฟ้องผู้กระทำผิดซึ่งผู้นำจับหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิจะได้รับเงินสินบนหรือรางวัลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัล
ย่อสั้น
จำเลยขนข้าวไปกองไว้ที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง 8 กระสอบมีข้าวอยู่กระสอบละครึ่งและมีเชือกหนึ่งเส้นยาวประมาณ 4 วากองอยู่บนกระสอบริมตลิ่ง จำเลยว่าข้าวนี้เป็นของจำเลยจะนำขนไปที่บ้าน เช่นนี้ถือว่ารูปคดียังห่างไกลกับความผิดสำเร็จในฐานนำข้าวออกนอกราชอาณาจักรเพราะยังเชื่อหรือสันนิษฐานไม่ได้แน่ว่าจำเลยจะนำลงเรือพาออกนอกพระราชอาณาจักร แม้หากจะมีเจตนาอยู่ก่อนแล้วว่าจะนำข้าวออกนอกพระราชอาณาจักรจำเลยก็อาจยับยั้งไม่กระทำดังที่ตั้งใจไว้นั้นได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นแต่เพียงอยู่ในขั้นตระเตรียมการและยังไม่เข้าขั้นพยายามนำข้าวออกนอกราชอาณาจักร
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำข้าวสารเหนียว ข้าวสารจ้าวของต้องห้ามต้องควบคุมออกไปนอกประเทศหลีกเลี่ยง ภาษี โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 31, 32, 45 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2487 มาตรา 16, 17 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปราม ผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 6, 8, 9 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความผิด กล่าวว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของข้าวรายนี้จริง เพียงแต่เคลื่อนย้ายข้าวไม่มีใบอนุญาตส่วนจำเลยที่ 2 เพียงแต่ช่วยขนหาได้นำข้าวออกนอกประเทศหลีกเลี่ยงค่า ภาษี ดังโจทก์ฟ้องไม่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าของกลางที่จับได้ในเรือและเรือยังเชื่อไม่ได้ว่าเป็นของจำเลยหรือจำเลยเตรียมไว้เพื่อข้ามฟากส่วนข้าวที่กองอยู่บนตลิ่งตามพฤติการณ์ยังสันนิษฐานหรือเชื่อไม่ได้ว่าจำเลยจะนำออกนอกราชอาณาจักรหรือเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยพยายามนำออกนอกอันจะพึงถือได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จจำเลยยังไม่ความผิดดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้อง ของกลางที่จับได้คืนเจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยชี้เจตนาให้เห็นชัดแจ้งว่าจำเลยจะนำข้าวออกนอกประเทศแล้วและได้ดำเนินการไปแล้วแต่เอาไปไม่ได้ เพราะถูกจับเสียก่อนเป็นการกระทำเข้าขั้นพยายามนำเอาข้าวออกนอกประเทศอันถือได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว เฉพาะข้อเท็จจริงในเรื่องเรือและข้าวสารที่อยู่ในเรือฟังไม่ได้ว่าเป็นของจำเลยจึงยุติเพียงแค่ศาลอุทธรณ์ แต่ข้าว 8 กระสอบและมีข้าวอยู่กระสอบละครึ่งและมีเชือก 1 เส้นยาวประมาณ 4 วา กองอยู่บนกระสอบริมตลิ่งจำเลยรับว่าเป็นของจำเลย แต่นำสืบปฏิเสธว่าจำนำข้าวขนไปที่บ้านไม่ได้นำ ออกนอกประเทศ ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความเพียงเท่านี้ คดียังห่างไกลกับความจริงผิดสำเร็จในฐานนำข้าวออกนอกพระราชอาณาจักร เพราะยังเชื่อหรือสันนิษฐานไม่ได้แน่ว่าจำเลยจะนำลงเรือพาออกนอกพระราชอาณาจักร แม้หากจำเลยมีเจตนาอยู่ก่อนแล้วว่าจะนำข้าวสารออกไปนอกพระราชอาณาจักร จำเลยก็อาจยับยั้งไม่กระทำดังที่ตั้งใจไว้นั้นก็ได้ การกระทำของจำเลยยังถือไม่ได้ว่าเข้าขั้นพยายามนำข้าวออกนอกพระราชอาณาจักร อันจะเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ดังฟ้องโจทก์ ศาลล่างพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2499 อัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ นายสีลา พานทอง กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 60