ฎีกาที่ 1655/2499
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
อัยการโจทก์และผู้เสียหายโจทก์ร่วมฟ้องว่าจำเลย บุกรุก ขอให้ลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327 ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยตกลงยอมขยับรั้วเข้ามาตามแนวที่ศาลชี้ ทนายโจทก์ร่วมและผู้รับมอบฉันทะจากผู้เสียหาย(โจทก์ร่วม)ให้ทำการประนีประนอมยอมความได้ ได้ยอมรับข้อตกลงนี้และแถลงว่าจะได้ถอนฟ้องให้เสร็จไป ดังนี้ถือว่าทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เข้าลักษณะสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850,851,852 เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามยอมแล้วคดีก็ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) การที่โจทก์ร่วมว่าจะถอนฟ้องเมื่อจำเลยปฏิบัติแล้วนั้น ก็มีความหมายเพียงเพื่อให้ศาลจำหน่ายคดีเสร็จไปตามวิธีปฏิบัติของศาล ทั้งจะถอนหรือไม่ถอนก็มีผลไม่ต่างกันและอัยการไม่มีสิทธิจะดำเนินคดีต่อไปได้
ย่อยาว
อัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจรื้อถอนรั้วหลักเขตที่ดินของนางฉ่ำแล้วทำรั้วลุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของผู้เสียหายโดยจำเลยมีเจตนา บุกรุก ครอบครองเอาที่ดินของผู้เสียหายฯ ผู้เสียหายร้องทุกข์แล้วขอให้ลงโทษตาม มาตรา 327 จำเลยต่อสู้ว่ามิได้กระทำผิด นางฉ่ำผู้เสียหายได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าเมื่อศาลไปดูที่เกิดเหตุตามที่คู่ความขอแล้วให้จำเลยขยับรั้วเข้ามาตามแนวที่ศาลขึงเชือกจำเลยตกลงยอมขยับรั้วเข้ามาตามแนวนี้และรับรองว่าจะย้ายรั้วใหม่ให้เสร็จภายในวันที่ 3 ธ.ค. 98 นายประมวลทนายโจทก์ร่วมและผู้รับมอบฉันทะจากผู้เสียหาย (คือโจทก์ร่วม) ให้ทำการประนีประนอมยอมความได้ ได้ยอมรับข้อตกลงนี้และแถลงว่าจะได้ถอนฟ้องให้เสร็จไปเมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงแล้ว ฝ่ายอัยการแถลงว่าเมื่อตัวความยินยอมเลิกคดีดังนี้ อัยการไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่าเมื่อคู่ความตกลงกันดังนี้คดีก็เป็นอันเสร็จสำนวน นัดคู่ความมาศาลพร้อมกันในวันต่อไปเพื่อดำเนินการถอนฟ้องคดีให้เสร็จไป ก่อนวันนัดจำเลยแถลงว่าได้รื้อรั้วและทำขึ้นใหม่ตามที่แถลงไว้เสร็จแล้ว ถึงวันนัดโจทก์ร่วมหรือทนายไม่มาศาล คงมาแต่จำเลยและอัยการโจทก์ ศาลนัดพร้อมใหม่อีกโจทก์ร่วมก็ยังคงไม่มีอีกเช่นเดียวกับนัดแรก ศาลชั้นต้นเห็นว่าเมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงและโจทก์ร่วมไม่นำพาต่อวันนัดแล้ว คดีก็เป็นอันเสร็จไปโดยโจทก์ร่วมยอมเลิกคดี และอัยการก็เป็นอันหมดอำนาจจึงสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ อัยการโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยข้ออุทธรณ์ของอัยการว่า อัยการไม่เคยขาดนัด ศาลจึงไม่มีอำนาจจำหน่ายคดีของอัยการ แม้โจทก์ร่วมและจำเลยยินยอมตามที่ศาลแนะนำ ก็ยังถือไม่ได้ว่าได้ทำยอมเลิกความกันแล้ว เพราะโจทก์ร่วมยังไม่ได้ถอนฟ้อง คดียังไม่เสร็จไปพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีต่อไปตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้เสียหายและจำเลยแถลงตกลงกันตามที่ศาลชั้นต้นชี้กะแนวเขตใหม่ตามรายงาน ๆ นั้นถือว่าทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันเข้าลักษณะสัญญาประนีประนอมยอมความเกิดผลให้การเรียกร้องเดิมระงับ และได้สิทธิใหม่ตามที่ได้ตกลงกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850, 851, 852 ที่โจทก์ร่วมว่าจะได้ถอนฟ้องเมื่อจำเลยปฏิบัติแล้วนั้น ก็มีความหมายเพียงเพื่อให้ศาลจำหน่ายคดีเสร็จไปตามวิธีการปฏิบัติของศาล ถึงจะถอนหรือไม่ถอนก็มีผลไม่ต่างกัน เพราะคดีระงับไปแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 39(2) ซึ่งมีความว่าสิทธินำคดีอาญาส่วนตัวมาฟ้องย่อมระงับในเมื่อได้ยอมความกันแล้ว อัยการก็แถลงว่าไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป แม้ยังจะติดใจดำเนินต่อไปก็ดูไม่มีคดีข้อใดกระทงใดที่จะดำเนินต่อไปอีกได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1655/2499 อัยการจังหวัดอุดรธานี และนางฉ่ำ แสงวรรณกูล โจทก์ นายเจริญ คูณะปุระ จำเลย ป.พ.พ. ม. 850 , ม. 851 , ม. 852 ป.วิ.อ. ม. 39 (2)