ฎีกาที่ 257/2499
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การที่จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 295 จำคุก 3 ปีครั้งที่ 2 ฐาน ชิงทรัพย์ ตาม มาตรา299 จำคุก 1 ปี 6 เดือน แล้วกลับมากระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ในคดีนี้อีก (เป็นครั้งที่ 3) ภายใน 5 ปีดังนี้ จำต้องเพิ่มโทษจำเลยเป็นทวีคูณตามมาตรา74 (อ้างฎีกาที่ 1266/2481)
ย่อยาว
จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ๆ แรกฐานลักทรัพย์จำคุก 3 ปีครั้งที่ 2 ฐาน ชิงทรัพย์ จำคุก 1 ปี 6 เดือน แล้วมากระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ในคดีนี้อีก หลังจากพ้นโทษครั้งที่ 2 ไปยังไม่ครบ 5 ปี ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม มาตรา 297 3 ปี เพิ่มโทษตาม มาตรา 721 ใน 3 ลดโทษตาม มาตรา 59 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 2 ปี และให้ลงโทษกักกันจำเลยอีก 3 ปี โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้เพิ่มโทษจำเลยทวีคูณตาม มาตรา 74 เป็นจำคุก 6 ปี ลดตาม มาตรา 59 กึ่ง เหลือ 3 ปี นอกนั้นคงเดิม จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ฐานลักทรัพย์ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 3 ปี พ้นโทษเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2491 และครั้งที่ 2 ฐาน ชิงทรัพย์ ตาม มาตรา 299, 59 จำคุก 1 ปี 6 เดือน พ้นโทษเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2493 แล้วจำเลยมากระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ในคดีนี้อีกภายใน 5 ปี จึงต้องเพิ่มโทษจำเลยตาม กฎหมายอาญา มาตรา 74 ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 1266/2481 คดีระหว่างพนักงานอัยการ โจทก์ นางช้อย ฤกษ์รักษา จำเลย จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2499 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายฉลอง จุลพัฒน์ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 74