ฎีกาที่ 1679/2499
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 18
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดนำค่าปรับมาเสียได้ครบจำนวนในเวลาต้องจำคุกแทนค่าปรับอยู่ ท่านให้ตั้งรายวันที่จำคุกมาแล้วเท่าใด ให้คิดหักลดเงินให้มันวันละบาทหนึ่ง แลปล่อยตัวมันให้พ้นไปจากเรือนจำ
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. 2493 มาตรา 5
พ.ศ. 2493 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 5 คนต่างด้าวที่มีอายุตั้งแต่สิบสองปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่อยู่ในราชอาณาจักร ต้องมีใบสำคัญประจำตัว
ย่อสั้น
ความผิดฐานเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว อันเป็นผิดตาม พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว 2493 มาตรา 5,20 นั้น ศาลจะลงโทษได้ในปีสุดท้าย(ซึ่งอยู่ใน อายุความ )ปีเดียว คือปรับไม่เกิน 500 บาทเท่านั้น
ย่อยาว
จำเลยรับสารภาพตามฟ้องลงวันที่ 31 มกราคม 2499 ฟังได้ว่าเมื่อระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2493 ตลอดมาถึง 31 สิงหาคม 2498 จำเลยอายุ 37 ปี เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมาย เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว เหตุเกิดตำบลวังใหม่อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร มีความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2493 มาตรา 5, 20 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2495 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับ 1,000 บาท ลดฐานปรานีเพราะรับสารภาพลงกึ่ง คงปรับ 500 บาท บังคับค่าปรับตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 18นับโทษต่อจากโทษคดีแดงที่ 2279/2498 ของศาลอาญา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กฎหมายบัญญัติโทษปรับไม่เกินปีละ 500 บาทและความผิดตามกฎหมายนี้มี อายุความ ให้ฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันกระทำผิด หากแต่ตราบใดที่จำเลยฝ่าฝืนไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ได้ชื่อว่ากระทำผิดอยู่ตลอดมา ฉะนั้น ภายใน 1 ปีนับแต่วันโจทก์ยื่นฟ้องย้อนขึ้นไป คดียังอยู่ใน อายุความ ที่พึงลงโทษได้คือปรับไม่เกิน 500 บาท ตามที่โจทก์ขอ ที่ศาลชั้นต้นปรับมาถึง 1,000 บาท เกินไป จึงพิพากษาแก้ให้ปรับในระหว่างเวลาตามนัยที่กล่าวแล้ว เป็นเงิน 400 บาท ลดฐานปรานีลงกึ่งหนึ่ง เหลือ200 บาท นอกจากนี้คงเดิม โจทก์ฎีกาความว่า เห็นด้วยที่ลงโทษเฉพาะในปีกระทำผิดที่อยู่ใน อายุความ ฟ้อง แต่การวางเกณฑ์ส่วนของกำหนดโทษให้ใช้จำนวนปีที่กระทำผิดละเลยไม่ไปขอใบสำคัญฯ เป็นตัวคูณ เพื่อป้องกันมิให้ผู้กระทำผิดยอมเสี่ยงหาผลดีในการละเลยไม่ต้องเสียทั้งค่าใบสำคัญและค่าปรับ ตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดไม่มีใบสำคัญประจำตัว ฯลฯมีความผิดต้องระวางโทษปรับเป็นรายปี ๆ ละไม่เกิน 500 บาท ตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติดังกล่าวแล้ว เศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ก็รับอยู่แล้วว่า จำเลยจะต้องรับโทษเพียงความผิดที่ยังอยู่ภายในข่าย อายุความ หากจะวางเกณฑ์อัตราคูณส่วนถึงปีก่อน ๆ ที่เกิน อายุความ 1 ปีไปแล้ว ก็เท่ากับเอาโทษในความผิดที่ขาด อายุความ ไปแล้วเข้ามาด้วย หาชอบไม่ ที่กฎหมายระบุอัตราปรับเป็นรายปี ๆ ละไม่เกิน 500 บาทนั้น ก็เพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในปีกระทำผิดที่อยู่ภายใน อายุความ ลงโทษมากน้อยตามควรแก่กรณี เช่น ไม่มีมาหลายปีต่อเนื่องกัน ซึ่งจะต้องถูกลงโทษในปีท้าย (ภายใน อายุความ ) ได้ปีเดียว ก็อาจวางโทษในข่ายระดับสูงหรือเพิ่งไม่มีมาใหม่ ๆ ก็วางระดับให้ต่ำกว่า แต่กรณีจะอย่างไรก็ตาม จะวางให้เกินข่าย 500 บาท หาได้ไม่ ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2499 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเปงสูน แซ่ลิ้ม จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493