ฎีกาที่ 1442/2498
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 50
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
บุคคลที่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แต่พอสมควรแก่เหตุ โดยมีความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตร์ เกียรติยศ แลชื่อเสียง หรือทรัพย์ของตัวมันเองก็ดี หรือของผู้อื่นก็ดี เพื่อให้พ้นภยันตราย ซึ่งเ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
ย่อสั้น
ผู้ตายห้อยโหนลงมาจากหน้าต่างเรือนของจำเลยในเวลาดึกดื่น (ผู้ตายกับพี่สาวจำเลยผูกสมัครรักใคร่กัน) ทั้งเป็นเวลาเดือนมืดและได้ลงมายืนประจันหน้ากับจำเลย พฤติการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจว่าผู้ที่ยืนอยู่นั้นเป็นขโมยขึ้น ลักทรัพย์ และอาจทำร้ายจำเลย และไม่รู้ได้ว่าผู้นั้นไม่มีอาวุธร้ายแรงที่พอจะทำลายชีวิตจำเลยได้ เมื่อจำเลยแทงผู้ที่ยืนประจันหน้าไปเสียก่อน เช่นนี้ย่อมเป็นการกระทำเพื่อป้องกันชีวิตของตน อนึ่งแม้จะแทงโดยแรงโดยอาจแลเห็นผลว่าจะทำให้ผู้นั้นถึงตายได้ก็ตามก็เป็นการกระทำในเวลาฉุกเฉิน จึงไม่เป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ เป็นการกระทำที่ได้รับยกเว้นอาญาตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้อาวุธมีดแทงนายสมตายโดยเจตนาขอให้ลงโทษตาม มาตรา 249 ครั้งแรกจำเลยให้การว่าใช้มีดแทงนายสมตายจริงโดยเข้าใจว่าเป็นคนร้ายเข้า ลักทรัพย์ ในบ้านจำเลย ๆ ป้องกันตัวและทรัพย์ ต่อมาจำเลยยื่นคำให้การใหม่ปฏิเสธตลอดข้อหา ศาลชั้นต้นเชื่อว่าความจริงเป็นดังจำเลยให้การชั้นสอบสวนว่าได้แทงขณะคนร้ายลงจากหน้าต่าง พอเท้าถึงดินจำเลยจึงได้เข้าแทงและเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์เกินกว่าเหตุแต่เจตนาของจำเลยมิได้ตั้งใจฆ่าพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 251-50 แต่ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีตาม มาตรา 53 จำเลยเพียง อายุ 18 ลดกึ่งคงจำ 1 ปี และปรานีตาม มาตรา 59 ลดให้อีก 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน และให้รอการลงโทษจำเลยไว้ 1 ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าที่จำเลยกระทำไปนั้นพอสมควรแก่เหตุตาม มาตรา 50 แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ก็ยกฟ้องโจทก์ได้พิพากษากลับให้ยกฟ้องปล่อยจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่ารูปคดีแสดงให้เห็นไปข้างจำเลยว่า จำเลยได้แทงนายสมในขณะที่นายสมกับจำเลยยืนประจันหน้ากันอยู่ นายสมจะได้เงื้อมีดทำท่าจะแทงจำเลยจริงหรือไม่ก็ตาม แต่กริยาที่นายสมห้อยโหนลงมาจากหน้าต่างเรือนของจำเลยในดึกดื่น ทั้งเป็นเวลาเดือนมืดและได้ลงมายืนประจันหน้ากับจำเลยเช่นนั้น ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้จำเลยเข้าใจว่าเป็นขโมยขึ้น ลักทรัพย์ และอาจจะทำร้ายจำเลยอันเป็นภยันตรายซึ่งเกิดขึ้นโดยผิดกฎหมาย และจำเลยจะรู้ไม่ได้ว่านายสมไม่มีศาสตราวุธที่ร้ายแรงพอจะทำลายชีวิตจำเลยได้ ฉะนั้นการที่จำเลยแทงเอานายสมเสียก่อนก็ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยกระทำเพื่อป้องกันชีวิตของจำเลย แม้จำเลยจะได้แทงโดยแรง โดยอาจแลเห็นผลว่าจะทำให้นายสมถึงตายได้แต่จำเลยได้กระทำในเวลาฉุกละหุกฉุกเฉินเช่นนั้น จะว่าจำเลยกระทำเกินสมควรแก่เหตุหาได้ไม่การกระทำของจำเลยจึงได้รับยกเว้นอาญาตามกฎหมายอาญา มาตรา 50 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2498 อัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายสง่า จันทร์กล่ำ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 249 , ม. 50