ฎีกาที่ 813/2498
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ทำสัญญา ค้ำประกัน ลูกจ้างซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างทองของโจทก์โดยยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่ลูกจ้างทำขึ้นนั้นย่อมหมายความว่าผู้ ค้ำประกัน ยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ซึ่งเกิดจากการกระทำของลูกจ้างในหน้าที่การงานที่จ้างกันเท่านั้นหากจะให้ผู้ ค้ำประกัน รับผิดในประการอื่นนอกจากหน้าที่การงานที่จ้างเช่นเงินล่วงหน้าที่ลูกจ้างขอรับไปนั้นความรับผิดเช่นว่านี้ต้องกล่าวไว้ให้ชัดมิฉะนั้นผู้ ค้ำประกัน ไม่ต้องรับผิด ประเพณีเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบ อ้างว่าตามประเพณีช่างทองจะต้องรับเงินล่วงหน้าผู้ ค้ำประกัน จึงต้องรับผิดด้วยดังนี้เมื่อโจทก์ไม่สืบผู้ ค้ำประกัน จึงไม่ต้องรับผิด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด โดยนายเจนต์และนางพยงค์เป็นกรรมการ มีอำนาจลงลายมือชื่อประทับตราเป็นสำคัญแทนบริษัทได้จำเลย ค้ำประกัน นายเตียซ้งเข้าทำงานในหน้าที่ช่างทองของบริษัทโจทก์ โดยจำเลยยอมรับผิดชดใช้ความเสียหายที่นายเตียซ้งทำขึ้น นายเตียซ้งได้รับเงินล่วงหน้าจากโจทก์ไป 7,500 บาท ตามประเพณีช่างทอง แล้วหลบหนีไปไม่ตกงาน ยักยอกเอาเศษทองคำคิดเป็นเงิน 463 บาท จำเลยยอมใช้แต่ค่าเศษทองคำไม่ยอมใช้เงินที่นายเตียซ้งเอาไปขอให้ศาลบังคับ จำเลยตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะจำเลยมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จำเลยทำสัญญา ค้ำประกัน นายเตียซ้งไว้กับนายลิ้มเต็กซ้ง ผู้จัดการห้างอี่สุ้นมุ้ย ไม่เกี่ยวกับโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม การรับเงินล่วงหน้าไม่ใช้ประเพณีของช่างทองและจำเลยมิได้ ค้ำประกัน รายนี้และต่อสู้อื่น ๆ อีก ศาลชั้นต้นฟังว่าบริษัทโจทก์กับห้างอี่สุ้นมุ้ยตามสัญญา ค้ำประกัน คืออันเดียวกันโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ โจทก์จ่ายเงินล่วงหน้าให้นายเตียซ้งไปเป็นเงิน 5,500 บาท และนายเตียซ้งยังส่งทองคำที่รับมาทำให้โจทก์ไม่ครบขาดอีก 19 กรัมคิดเป็นเงิน 463 บาท ซึ่งจำเลยยอมรับใช้ตามสัญญา ค้ำประกัน แต่เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้าให้นายเตียซ้งนั้น จำเลยไม่ต้องรับผิด เพราะตามสัญญา ค้ำประกัน หมายถึงการกระทำอันเกี่ยวกับหน้าที่ของนายเตียซ้งโดยตรง พิพากษาให้จำเลยใช้เงินราคาเศษทองคำ 463 บาท นอกจากนั้นยก โจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญา ค้ำประกัน ที่จำเลย ค้ำประกัน นายเตียซ้งกับบริษัทโจทก์มีข้อความว่า "ผู้ ค้ำประกัน ตกลงยินยอมรับผิดชอบในเมื่อผู้นี้ (นายเตียซ้ง) หนีไปด้วยประการทั้งปวง จะเป็นเหตุใดก็ตามซึ่งเป็นการกระทำของนายเตียซ้งแล้วผู้ ค้ำประกัน ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ห้างอี้สุ้นมุ้ย เป็นจำนวนเงินเท่าที่ผู้นี้กระทำความเสียหาย อย่างสูงคิดเป็นราคาทองคำบริสุทธิ์หนักไม่เกิน 20 บาท ฯลฯ" เมื่อพิจารณาความในสัญญาโดยเฉพาะในข้อที่ว่า "ฯลฯ จะเป็นเหตุใดก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำของนายเตียซ้งแล้ว ผู้ ค้ำประกัน จะยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ประกอบกับพิจารณาถึงว่ากรณีเป็นเรื่องสัญญา ค้ำประกัน นายเตียซ้ง ในการที่โจทก์จ้างนายเตียซ้งทำงานในหน้าที่ช่างทองแล้ว ย่อมหมายถึงว่าผู้ ค้ำประกัน ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ซึ่งเกิดจากการกระทำของนายเตียซ้งในหน้าที่การงานที่จ้างกันหากจะให้ผู้ ค้ำประกัน รับผิดในประการอื่นนอกจากหน้าที่การงานที่จ้างแล้ว ก็ควรจะกล่าวให้ชัดแจ้ง เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้าให้นายเตียซ้งไปนี้จำเลยไม่รู้เห็น เป็นการให้กันไปเองไม่เกี่ยวกับกิจการงานที่จ้าง และโจทก์ไม่ได้สืบให้ ปรากฏตามฟ้องว่าตามประเพณีช่างทองจะต้องขอรับเงินล่วงหน้านั้นอย่างใด ดังนั้นจะฟังว่านายเตียซ้งหนีหรือไม่ก็ตาม จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้าให้นายเตียซ้ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2498 บริษัทตั้นอี้สุ้นมุ้ย จำกัด โดยนายเจตน์ ตัณฑ์ไพโรจน์ และนางพยงค์ ตัณฑ์ไพโรจน์ กรรมการ โจทก์ นายบั๊ก ยี่หัวเตียฮะหลี จำเลย ป.พ.พ. ม. 4 , ม. 680 ป.วิ.พ. ม. 84