ฎีกาที่ 180/2498
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 288
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ลักษณโทษฐานลักทรัพย์ ที่ว่ามาในมาตรา 287 นั้น ท่านให้ใช้ได้ตลอดถึงเหตุเหล่านี้ คือ (1) ผู้ที่มีหุ้นส่วนด้วยกันบังอาจเอาทรัพย์อย่างใดใด อันเป็นสมบัติของการเข้าหุ้นส่วนนั้น ไปเสียจาก...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 293
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ลักทรัพย์เขาในเวลากลางคืนก็ดี (2) ลักทรัพย์เขา โดยปีนบ่าย หรือตัดช่องเข้าไปลักภายในบริเวณ...
ย่อสั้น
ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ให้ใช้ราคาทรัพย์ 2,360 บาทศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์เป็นของจำเลย จำเลยฎีกาทางอาญาไม่ได้ และศาลต้องฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์เป็นของจำเลยจำเลยไม่ต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้โจทก์ที่ 1 ได้ขายที่ดินโฉนดที่ 875 เนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 30 วา อยู่บ้านดงแขวนตำบลโคกกรวด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ให้แก่โจทก์ ที่ 2 โดยมิได้จัดการโอนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายแต่โจทก์ที่ 2 ได้ครอบครองเป็นเจ้าของที่รายนี้ตลอดมา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2496 เวลากลางวันจำเลยทั้ง 5 คนสมคบกันลักตัดฟันต้นยางซึ่งอยู่ในที่ของโจทก์ไป 2 ต้น ราคาประมาณ 2,000 บาท รวมทั้งกิ่งซึ่งใช้เป็นประโยชน์ในการทำฟืนราคา 360 บาท เหตุเกิดที่ตำบลโคกกรวด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายกจึงขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288, 293(11) 324และ 63 กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 2,360 บาทแก่โจทก์ด้วย ศาลจังหวัดนครนายกไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องของโจทก์ไว้เฉพาะนายดี ปากพลีนอก จำเลยที่ 1 คนเดียวในข้อหาฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 จำเลยที่ 1 ให้การว่า ได้ตัดฟันต้นยางตามฟ้องจริง เพราะอยู่ในที่ดินของจำเลยซึ่งได้รับซื้อไว้จากการขายทอดตลาดของศาลในคดีแพ่งเลขแดงที่ 96/2482 ของศาลจังหวัดนครนายก และศาลให้อำเภอปากพลีทำสัญญาซื้อขายให้เป็นหลักฐานแล้ว จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาจนบัดนี้ เป็นเวลาประมาณ 13-14 ปีแล้วและการตัดฟันไม้ยางนี้จำเลยก็ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เชื่อว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ตามสัญญาซื้อขายเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2483 ทั้งจำเลยได้ครอบครองที่ดินแปลงนี้ตลอดมาจนบัดนี้ จำเลยได้อำนาจ ครอบครองปรปักษ์ ตาม มาตรา 1382แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกอุทธรณ์โจทก์และให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายในชั้นอุทธรณ์ 80 บาทแทนจำเลยด้วย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายตามฟ้อง ศาลฎีกาตรวจปรึกษาสำนวนนี้แล้วเห็นว่า ฎีกาโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ห้ามไม่ให้โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยส่วนคำขอที่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายตามฟ้องนั้น แม้ทุนทรัพย์จะเกินกว่า 2,000 บาทก็ดี แต่ประเด็นของความผิดฐานลักทรัพย์ในคดีเรื่องนี้มีว่าต้นยางที่จำเลยตัดฟันเป็นของโจทก์หรือของจำเลยศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าต้นยางเป็นของจำเลย จึงชี้ขาดว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 บัญญัติว่า "ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาส่วนอาญา" ฉะนั้นคดีนี้ศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาทางอาญาว่าต้นยางที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลยไม่มีทางที่จะให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น คงพิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าทนายชั้นศาลนี้แทนจำเลย 100 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2498 นางสังวาลย์ วงพาดกลาง ที่ 1 นางทองคำ ดีวาจา ที่ 2 โจทก์ นายดี ปากพลีนอก ที่ 1 นายพลัด รอบคอบ ที่ 2 นายสังวาลย์ ที่ 3 นายดวง ที่ 4 จำเลย นายน้อย ที่ 5 จำเลย ป.วิ.อ.