ฎีกาที่ 1678/2498
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 60
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดพยายามจะกระทำความผิด แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของมันจะป้องกันได้ มาขัดขวางมิให้กระทำลงได้ไซร้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แบ่งเป็นสามส่วน ให้ลดอาญา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 72
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดถูกพิพากษาให้ลงโทษ เพราะได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด แลเมื่อมันได้พ้นโทษไปแล้ว ไปกระทำความผิดขึ้นอีก ภายในเวลาที่ท่านกำหนดไว้ ท่านว่ามันไม่เข็ดหลาบ ผู้ใดศาลพิจารณาได้ความจ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 254
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมิได้มีเจตนาจะฆ่าให้ตาย แต่มันทำแก่เขาถึงบาดเจ็บทุพพลภาพก็ดี หรือทำให้เขาถึงจิตต์จริตก็ดี ท่านว่ามันมีความผิดฐานประทุษฐร้ายแก่ร่างกาย ต้องรวางโทษจำคุกไม่เกินกว่าสองปี แลให้ปรั...
ย่อสั้น
ใช้ปืนสั้นลูกซองยิงในระยะ 3 วา กระสุนปืนถูกเป็นแผลเพียงหนังขาด โลหิตซับบวมช้ำ แสดงว่าดินส่งกระสุนอ่อนมากไม่เหมือนปืนธรรมดา ไม่สามารถทำให้ตาย เป็นผิดเพียง มาตรา 254 ไม่ใช่ 249,60
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2497 เวลากลางคืน จำเลยกับพวกบังอาจสมคบกันใช้อาวุธปืนยิงนายแก้ว จันทสิงห์ โดยเจตนาจะ ฆ่า ให้ตาย แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้มาขัดขวางโดยกระสุนปืนที่จำเลยยิงพลาดไปไม่ถูกอวัยวะสำคัญ เป็นแต่เพียงถูกที่ใต้หูขวาหนังขาดโลหิตไหล และถูกที่หัวเข่าซ้ายถึงบาดเจ็บนายแก้วจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลนาเกาะ อำเภอหล่มเก่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษปรับฐานทำและมีสุราแช่พ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี ไม่เข็ดหลาบ ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 60, 72 และริบกระสุน 2 เม็ด และกระดาษฝาอัดกระสุน 1 ชิ้น จำเลยให้การปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ ส่วนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี รับว่าเป็นความจริง ศาลจังหวัดหล่มสักพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ประกอบด้วยมาตรา 60 จำคุกจำเลย 10 ปี และให้เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72 อีก 1 ใน 3 รวมเป็น 13 ปี 4 เดือน แต่จำเลยอายุยังไม่เกิน 20 ปี ควรลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 58 ทวิ คงจำคุกจำเลย 6 ปี8 เดือน ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254 ให้จำคุกจำเลย 2 ปี และเพิ่มโทษจำเลยอีก 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72 รวมลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน ของกลางริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาคดีนี้ ทางพิจารณาได้ความว่า เมื่อคืนโจทก์หา เวลาประมาณ 22.00 นาฬิกา นายแก้วเดินออกจากร้านค้าเพื่อไปส่งนายเทิง ซึ่งมาซื้อของกลับบ้าน พอนายแก้วและนายเทิงเดินไปห่างรั้วประมาณ 2 วา จำเลยซึ่งอยู่นอกรั้วห่างรั้วประมาณ 1 วาก็ใช้ปืนลูกซองสั้นยิงมาทางช่องประตูรั้ว 1 นัด แล้วกลับหลังวิ่งหนีไปตามถนนหลวง มีพวกจำเลยคนหนึ่งวิ่งตามไปด้วย เจ้าพนักงานได้ชันสูตรบาดแผลนายแก้วไว้ตามรายงานชันสูตรท้ายฟ้อง ปรากฏว่ามีบาดแผล 2 แห่ง คือ 1. ที่ใต้หูขวา กว้าง 0.7 เซ็นติเมตร ยาว 2.00 เซ็นติเมตร หนังขาดโลหิตซับ และ 2. ที่หัวเข่าซ้ายบวมช้ำนายแก้วรักษาเอง 10 วันหายเป็นปกติ สาเหตุทั้งนี้นายแก้วเข้าใจว่าจำเลยคงสงสัยว่าตนรับสินบนจับสุราเถื่อนของจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยใช้ปืนลูกซองสั้นยิงนายแก้ว ผู้เสียหายในระยะใกล้ชิดเพียง 3 วา แม้แผลที่หัวเข่าผู้เสียหายถูกกระสุนปืนจำเลยอย่างจัง ก็เพียงแต่ช้ำเป็นจุดเขียวเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นโดยทั่วไปว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายมีลักษณะไม่เหมือนปืนธรรมดาเป็นปืนลูกปราย ซึ่งมีดินส่งกระสุนอ่อนมาก ไม่สามารถจะทำอันตรายชีวิตบุคคลให้ถึงแก่ความตายได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายาม ฆ่า คนเทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 996/2484 ระหว่างอัยการพระนครศรีอยุธยาโจทก์ นายทอง อินสอาด จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ 727/2496 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายนงค์ เสาะแสวงกับพวกจำเลย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1678/2498 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก โจทก์ นายเที้ยม หรือสำเภา สายบุญตั้ง จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา