ฎีกาที่ 1687/2497
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขายที่ดินมีโฉนดแต่มีชื่อบุตรจำเลยเป็นเจ้าของให้แก่โจทก์ด้วยปากเปล่า โจทก์ได้ครอบครองเป็นเจ้าของมา 16 ปี บุตรจำเลยคนหนึ่งถึงแก่ความตาย จำเลยจึงไปประกาศขอรับ มรดก แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของบุตรจำเลยก็ตาม ก็ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นบิดาของผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินที่ 3672 ได้นำมาขายให้โจทก์ด้วยปากเปล่าตกลงจะโอนโฉนดกันภายหลัง โจทก์ได้ครอบครองโดยเปิดเผยตั้งใจเป็นเจ้าของมา 16 ปีแล้ว บัดนี้เด็กหญิงละออผู้มีชื่อในโฉนดและเป็นบุตรจำเลยถึงแก่ความตาย จำเลยจึงขอประกาศรับ มรดก เด็กหญิงละออ โจทก์จึงฟ้องขอให้แสดงว่าที่นาตามโฉนดเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่าที่นาเป็นของบุตรจำเลย ไม่ได้ขายให้โจทก์ คู่ความรับกันว่า จำเลยไม่เคยเกี่ยวข้องในที่พิพาทเลย เพียงแต่มาขอประกาศรับ มรดก เด็กหญิงละออเท่านั้น ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยแถลงรับว่าจำเลยไปขอประกาศรับ มรดก เด็กหญิงละออบุตรซึ่งมีชื่ออยู่ในโฉนดดังนี้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ซึ่งอ้างว่าได้ครอบครองมา 16 ปีแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2497 นางเหรียญ สอนดี โจทก์ นายปลั่ง เปลี่ยนฉวี จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 172