ฎีกาที่ 1625/2497
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คดีเดิมจำเลยฟ้องเรียก มรดก ผู้ตายจากโจทก์ จึงเป็นกรณีที่พิพาทกันเรื่อง มรดก โดยตรงและมีประเด็นชัดแจ้งว่าโจทก์มีสิทธิได้รับ มรดก ของผู้ตายได้อย่างไร แต่โจทก์ให้การสู้คดีเฉพาะเรื่องพินัยกรรมอย่างเดียว มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เลยว่าผู้ตายได้รับรองโจทก์เป็นบุตร ดังนี้เมื่อศาลพิพากษาชี้ขาดว่าพินัยกรรมนั้นใช้ไม่ได้ คดีถึงที่สุด ฉะนั้นโจทก์จะรื้อฟื้นกล่าวหาเรียก มรดก รายเดียวกันขึ้นมาอีกโดยกล่าวอ้างว่าผู้ตายได้รับรองโจทก์เป็นบุตรไว้แล้วโจทก์จึงมีสิทธิได้รับ มรดก เช่นนี้หาได้ไม่ เพราะมิใช่คนละประเด็นกับคดีก่อน ย่อมถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/2498)
ย่อยาว
คดีเดิมจำเลยในคดีนี้ได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยตามสำนวนคดีแพ่งแดงที่ 60/2492 เรียก มรดก ของนายชื่น โจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นจำเลยต่อสู้ว่าได้รับ มรดก โดยพินัยกรรมอันสมบูรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคงมีประเด็นข้อเดียวว่าพินัยกรรมใช้ได้หรือไม่เท่านั้น จึงย้อนสำนวนกลับให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาว่าพินัยกรรมใช้ไม่ได้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับกอง มรดก และให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับ มรดก ที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนตาม เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีนั้นแล้ว โจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อนจึงกลับฟ้องโจทก์ในคดีก่อนเป็นจำเลยในคดีนี้ว่าเด็กชายชมเด็กหญิงชิต โจทก์เป็นบุตรที่นายชื่นได้รับรองแล้วมีสิทธิได้รับ มรดก ของนายชื่น จำเลยไม่มีสิทธิได้รับ มรดก ขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์เป็นผู้รับ มรดก นายชื่น ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่า 1. นายชื่นไม่ได้รับรองโจทก์ว่าเป็นบุตร 2. คดีเป็นเรื่องฟ้องซ้ำ 3. คดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า 1. โจทก์เป็นบุตรนายชื่น นายชื่นได้รับรองแล้ว 2. คดีไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะคดีก่อนมีประเด็นวินิจฉัยแต่เฉพาะเรื่องพินัยกรรมอย่างเดียวเท่านั้น ประเด็นคดีนี้มิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เป็นคนละประเด็น 3. คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า 1. นายชื่นรับรองเด็กชายชม เด็กหญิงชิตเป็นบุตรแล้วหรือไม่ 2. คดีเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าคดีเดิมเมื่อจำเลยในคดีนี้ฟ้องเรียก มรดก นายชื่นจากโจทก์ โจทก์มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เลยว่านายชื่นได้รับรอง เด็กชายชม เด็กหญิงชิต ว่าเป็นบุตร ความจริงก็น่าเห็นใจโจทก์อยู่เป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นด้วยความบกพร่องของโจทก์เองที่มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในครั้งกระนั้นเพราะกรณีพิพาทกันด้วยเรื่อง มรดก โดยตรงระหว่างโจทก์จำเลยและมีประเด็นโดยชัดแจ้งแล้วว่าโจทก์มีสิทธิได้รับ มรดก ของนายชื่นผู้ตายได้อย่างไรโจทก์ต่อสู้คดีเฉพาะเรื่องพินัยกรรมอย่างเดียว เมื่อศาลพิพากษาชี้ขาดแล้วคดีก็ต้องถึงที่สุด ฉะนั้นโจทก์จะมารื้อฟื้นกล่าวหาเรียก มรดก รายเดียวกันนี้อีกไม่ได้ จึงเป็นการฟ้องซ้ำไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไป จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1625/2497 นางบัว นิยมจิตร ในฐานะผู้ปกครอง โจทก์ ด.ช.ชม ด.ญ.ชิต นิยมจิตร ผู้เยาว์ โจทก์ นายถ้วน ลือวิชนะ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 148 ป.พ.พ. ม. 1627