ฎีกาที่ 1818/2497
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 60
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดพยายามจะกระทำความผิด แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของมันจะป้องกันได้ มาขัดขวางมิให้กระทำลงได้ไซร้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แบ่งเป็นสามส่วน ให้ลดอาญา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
ย่อสั้น
ฟ้องว่าพยายาม ฆ่า คนโดยเจตนานั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดกฎหมายแม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกา ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้มีดและปืนแทงและยิงนายใสโดยเจตนาจะ ฆ่า ให้ตายกระสุนพลาดไปถูกนายพร้อมด้วย กระสุนถูกนายใส และนายพร้อมในที่ไม่สำคัญ จึงไม่ถึงความตายดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 60 และขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 581/2496 จำเลยต่อสู้ว่าป้องกันตัว ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช พิพากษาว่านายจวงจำเลยที่ 1 มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ประกอบด้วยมาตรา 60 ให้จำคุก 10 ปี และให้จำคุกนายวงศ์จำเลยที่ 2 ไว้ 8 เดือน ตามมาตรา 254 และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อคดีอาญาดำที่ 581/2496 คดีอาญาแดงที่ 590/2496 นายจวงจำเลยที่ 1 ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยที่ 1ตามมาตรา 249, 60 และ 55 มีกำหนด 5 ปี นอกจากนี้ยืน โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังว่า นายจวงจำเลยที่ 1 ยิงนายใสโดยความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตของตน พอสมควรแก่เหตุ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกา แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดกฎหมาย ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะนายจวงจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2497 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายจวง ท่ากำแหง ที่ 1 นายวงศ์ ตรีเพ็ชร ที่ 2 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 195 , ม. 225