ฎีกาที่ 1552/2497
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 131
พ.ศ. 2484 · effective_date
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่จัดซื้อ หรือทำ หรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแลมันยักยอกเอาทรัพย์สิ่งนั้น ๆ ไปเป็นของมันเสียก็ดี...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 230
พ.ศ. 2478 · effective_date
ผู้ใดเปนเจ้าพนักงาน มีตำแหน่งหน้าที่ที่จะทำหนังสือราชการ หรือจดทะเบียนบาญชี แลข้อความที่เปนหลักถานอย่างใดใด แลมันบังอาจเอาเนื้อความซึ่งมันรู้อยู่ว่าเปนความเท็จ มาจดลงว่าเปนความจริง...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 319
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้ในเหตุเหล่านี้ คือ (1) โดยฐานมันเป็นเสมียน หรือเป็นคนใช้ของผู้ที่มอบทรัพย์นั้น ก็ดี (2) โดยฐานมันเป็นผู้จัดการทรัพย์สมบัติของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล หรือต...
ย่อสั้น
จำเลยทำงานเป็นเจ้าพนักงานไปรษณีย์อนุญาตประจำอำเภอ ได้รับเงินค่าจ้างเป็นค่าทำการและส่วนลด ต่อมาได้เปลี่ยนเรียกว่าจ่ายเป็นค่าเหมาเดือน จำเลยได้จดบัญชีหลักฐานเท็จและ ยักยอก เงินรายได้ของไปรษณีย์อนุญาตนั้นไป ดั่งนี้ จำเลยย่อมมีผิดตามมาตรา 319(3). แต่ไม่ผิดตามมาตรา 131,230 เพราะจำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงานได้รับเงินเดือนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายพลเรือน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องว่า จำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ทำงานไปรษณีย์อนุญาตที่ประจำอำเภอเกษตรสมบูรณ์ และเป็นเจ้าพนักงานไปรษณีย์อนุญาตมีฐานะเป็นข้าราชการประเภทลูกจ้างชั่วคราว สังกัดกระทรวงคมนาคม รับเงินเดือนประเภทค่าใช้สอยของกองสื่อสารกรมไปรษณีย์โทรเลข จำเลยได้บังอาจมีเจตนาทุจริตจดบัญชีหลักฐานการเงินให้เป็นเท็จแล้วเบียดบัง ยักยอก เงินรายได้ของไปรษณีย์อนุญาตเกษตรสมบูรณ์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเป็นเงิน 91,200 บาทขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 319, 230 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 3พระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2484 มาตรา 3 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 319(3) ให้จำคุก 5 ปี ลดกึ่งหนึ่งตามมาตรา 59 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 131, 230 ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยไม่ใช้เจ้าพนักงาน เพราะจำเลยไม่ได้เงินเดือนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายพลเรือน หากได้ค่าจ้างเป็นค่าทำการและส่วนลด ต่อมาเปลี่ยนเรียกว่าให้จ่ายเป็นค่าจ้างเหมาเดือน จึงลงโทษจำเลยตามที่โจทก์ฎีกาไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2497 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์ นางเพ็ญพร หรือหนูเพี้ยน บุณยไวโรจน์ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 131 , ม. 230 , ม. 319